
'ไต้หวันโมเดล'
ไต้หวันเป็นประเทศที่ผลิตจักรยานส่งออกสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะจักรยานคุณภาพระดับกลางและเกรดพรีเมียม ปัจจุบันนี้ไต้หวันได้สถาปนาตนเองเป็นศูนย์กลางของการผลิตจักรยานเกรดพรีเมียมของโลกไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่คุณมีไอเดียที่จะออกแบรนด์จักรยานสักแบรนด์ ก็สามารถไปไต้หวันและกลับออกมาพร้อมสินค้าเพื่อติดตราแบรนด์ของคุณส่งไปขายได้ทั่วโลก
ไต้หวันเป็นประเทศที่ผลิตจักรยานส่งออกสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะจักรยานคุณภาพระดับกลางและเกรดพรีเมียม ปัจจุบันนี้ไต้หวันได้สถาปนาตนเองเป็นศูนย์กลางของการผลิตจักรยานเกรดพรีเมียมของโลกไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่คุณมีไอเดียที่จะออกแบรนด์จักรยานสักแบรนด์ ก็สามารถไปไต้หวันและกลับออกมาพร้อมสินค้าเพื่อติดตราแบรนด์ของคุณส่งไปขายได้ทั่วโลก
จุดกำเนิดของการผลิตจักรยานในไต้หวันเริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 ที่ความนิยมใช้จักรยานในอเมริกาและยุโรปมีมากขึ้น แต่กำลังการผลิตของบริษัทเจ้าของแบรนด์มีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด จึงต้องมองหาโรงงานนอกประเทศเพื่อทำการผลิตและลดต้นทุน ไต้หวันได้อานิสงส์จากกระแส Outsource การผลิตจักรยานในช่วงนั้น เนื่องจากมีแรงงานที่มีทักษะดีแต่ต้นทุนถูก
ในช่วงท้ายของทศวรรษ 1990 จีนซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณการใช้จักรยานลำดับต้นๆ ของโลก มีโรงงานผลิตจักรยานมากกว่าไต้หวันหลายเท่าแถมยังมีแรงงานที่ถูกกว่า เริ่มดึงออร์เดอร์ของแบรนด์ต่างๆ ไปผลิตที่ประเทศจีน ทำให้ยอดออร์เดอร์ของโรงงานไต้หวันลดลงอย่างมหาศาล
เพื่อความอยู่รอดผู้ประกอบการจักรยานในไต้หวันจึงรวมตัวกัน โดยเรียกตัวเองว่ากลุ่ม A-Team โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือร่วมมือกันเพื่อที่จะรักษาอุตสาหกรรมการผลิตจักรยานในไต้หวันให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในตลาดโลกและสามารถแข่งกับจีนที่ใช้แรงงานถูกเป็นจุดขาย
ลักษณะการรวมกลุ่ม A-Team พอสรุปได้ดังนี้
1.เป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจักรยานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายเล็ก จนถึงโรงงานประกอบจักรยานแบรนด์ระดับโลกกว่า 800 บริษัท ส่วนใหญ่เป็น SMEs
2.มีการกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันใน 3 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การพัฒนานวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ และการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของตลาด
3.ยกระดับอุตสาหกรรมขึ้นไปจับตลาดจักรยานเกรดพรีเมียม โดยเน้นเรื่องนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์
4.เน้นความชำนาญและความเป็นเลิศเฉพาะด้านของผู้ประกอบการแต่ละเจ้า
ผู้ประกอบการรายเล็กมีส่วนร่วมกับการพัฒนาค่อนข้างมากภายในกลุ่ม A-Team ทั้งนี้เนื่องจากจักรยานเป็นสินค้าที่มีความซับซ้อน ประกอบด้วยชิ้นส่วนนับร้อยๆ ชิ้น แต่ละชิ้นมีความละเอียดและซับซ้อน โดยเฉพาะจักรยานเกรดพรีเมียม ความสำคัญของชิ้นส่วนต่างๆ มีผลต่อสมรรถนะของจักรยานเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นโรงงานระดับ SMEs ที่เชี่ยวชาญชิ้นส่วนเพียงบางชิ้นจึงมีความสำคัญต่อระบบคลัสเตอร์มาก ทำให้ระบบคลัสเตอร์เป็นความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนาอย่างแท้จริงมากกว่าที่จะแข่งขันกันเอง เมื่อแต่ละบริษัทที่มีความแข็งแกร่งมาร่วมกันจึงเกิดเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง







