
คปภ. เผย 8 เดือนธุรกิจประกันภัยโต 3.67%
คปภ.เผย 8 เดือนแรกธุรกิจประกันภัยเพิ่มขึ้น 3.67% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งผลักดันประกันภัย SME ไมโครอินชัวรันส์
คปภ.เผย 8 เดือนแรกธุรกิจประกันภัยเพิ่มขึ้น 3.67% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งผลักดันประกันภัย SME ไมโครอินชัวรันส์
นายอำนาจ วงศ์พินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)เปิดเผยภาวะธุรกิจประกันภัยในช่วง 8 เดือนแรกปี 2558 ( ม.ค. – ส.ค.) ว่า ธุรกิจประกันภัยในช่วงนี้ มีอัตราการเติบโตในอัตราที่ดีขึ้น โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้แบ่งรายละเอียดเป็นเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 3.43 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.42% สำหรับการประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด คือ การประกันชีวิตประเภทสามัญ 2.94 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.66% รองลงมาประเภทกลุ่ม 3.99 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.81% และประเภทอุตสาหกรรม 4,832 ล้านบาท ลดล 6.95%
ธุรกิจประกันวินาศภัย จำนวนรวม 1.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.84% อย่างไรก็ตามสำหรับการประกันภัยรถ เบี้ยประกันภัยรับสูงสุดอยู่ที่ 7.92 หมื่นล้านบาท มีการขยายตัวเล็กน้อย 0.94% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยจากการประกันภัยรถภาคสมัครใจ 6.83 หมื่นล้านบาท และจากการประกันภัยรถภาคบังคับ 1.09 หมื่นล้านบาท รองลงมาการประกันภัยเบ็ดเตล็ด 4.56 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.49% และการประกันอัคคีภัย จำนวน 7,102 ล้านบาท ลดลง 3.91%
“เศรษฐกิจไทยถือว่ายังมีปัจจัยบวก เมื่อมองจากการลงทุนของรัฐบาล และการท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญ คาดว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันสามารถส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยสิ้นปี 2558 จะเติบโตได้ประมาณ 4.73% แบ่งเป็นธุรกิจประกันชีวิตเติบโต 8% และธุรกิจประกันวินาศภัยเติบโต 2.49%” ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบกล่าว
นางคนึงนิจ สุจิตจร ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกำกับผลิตภัณฑ์ประกันภัย เผยว่า ขณะนี้ธุรกิจ SME เป็นภาคธุรกิจหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยปัจจุบันรัฐบาลได้มีนโยบายให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เพื่อเป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SME เข้าสู่ระบบประภัยมากขึ้น สำนักงาน คปภ. ได้เตรียมจัดทำแผนขอความร่วมมือหน่วยงานของรัฐฯที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่มีอยู่ มาจัดกลุ่มลักษณะความเสี่ยงภัย เพื่อนำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัย รวมถึงช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการธุรกิจ SME ต่อไป
สำนักงาน คปภ จะให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ SME ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำประกันภัย ว่าเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ SME อีกด้วย รวมถึงอาจมีการเพิ่มความยึดหยุ่น ในเรื่องของกฎระเบียบ เพื่อให้บริษัทประกันภัยสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้หลายหลายตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการเพื่อรองรับกลุ่มธุรกิจ SME ที่เพิ่มมากขึ้น เพราะทุกบริษัทประกันภัยต่างคาดว่าการทำประกันภัยในกลุ่มนี้จะขยายตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน
นายจรัญ สอนสวัสดิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายส่งเสริม สำนักงาน คปภ. กล่าวถึงนโยบายที่จะผลักดัน ไมโครอินชัวรันส์ หรือประกันภัยรายย่อย ว่า ในปี 2559 คปภ. ยังคงมีนโยบายที่จะผลักดันไมโครอินชัวรันส์อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า ไมโครอินชัวรันส์จะยังโตได้มากกว่า 10% จากปีนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีหลายปัจจัยบวกสนับสนุน โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ ไมโครอินชัวรันส์
“จากปีที่ผ่านๆ มา สำนักงาน คปภ.ตั้งเป้าการเติบโตของไมโครอินชัวรันส์อยู่ที่ 10% แต่ปีหน้า เป็นปีแรกที่เราคาดว่าจะโตได้ดี สูงกว่า 10% โดยตัวแปรหลักมาจากนโยบายภาครัฐเรื่องของกองทุนหมู่บ้านกลุ่มนี้ จะเป็นกลุ่มใหม่ที่เข้ามาสู่ระบบประกันภัย” นายจรัญ กล่าว
อย่างไรก็ตามสำหรับในปี 2558 นี้ คปภ.ยังเชื่อมั่นว่า ยอดกรมธรรม์ไมโครอินชัวรันส์จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 10% จากปีก่อน โดยช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (สิ้นสุด ก.ย.2558) กรมธรรม์ประกันภัย ไมโครอินชัวรันส์ มีจำนวน 731,242 กรมธรรม์ ใกล้เคียงเป้าหมายที่คาดไว้ 1 ล้านกรมธรรม์







