posttoday
กสิกรฟันธงเฟดคงดอกเบี้ย

กสิกรฟันธงเฟดคงดอกเบี้ย

23 ตุลาคม 2558

กสิกรไทยคาดเฟดคงดอกเบี้ย รอจังหวะเศรษฐกิจฟื้น ลุ้นปรับดอกเบี้ยขึ้นเดือน ธ.ค.

กสิกรไทยคาดเฟดคงดอกเบี้ย รอจังหวะเศรษฐกิจฟื้น ลุ้นปรับดอกเบี้ยขึ้นเดือน ธ.ค.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้ เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยและการดำเนินนโยบายการเงินในระดับปัจจุบัน

ทั้งนี้ เนื่องจากเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐบางรายการที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลงอาจทำให้เฟดเพิ่มความระมัดระวังในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เช่น ตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนตัวลง อาจส่งผลให้การเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง ซึ่งมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการส่งผ่านไปยังมุมมองของเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าปรับตัวลดลง อันหมายถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูแลความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ลดลงไปเช่นกัน ทั้งนี้ ตลาดอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (CME Fed Funds Futures) เชื่อว่ามีโอกาสเพียง 6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม การประชุมในรอบนี้จะไม่มีการแถลงข่าวสู่สาธารณะ และไม่มีการเปิดเผยมุมมองเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่ ดังนั้นจึงไม่ใช่รอบที่จะมีน้ำหนักในการส่งสัญญาณเชิงนโยบายมากเท่ากับรอบเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และรอบสุดท้ายของปี 2558 ในเดือน ธ.ค.นี้

นอกจากนี้ เฟดคงเลือกรอติดตามเหตุการณ์สำคัญในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เพื่อพิจารณาท่าทีที่เหมาะสมสำหรับการประชุมนัดสุดท้ายของปีนี้ในเดือน ธ.ค. ซึ่งคงพุ่งความสำคัญไปที่ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 3/2558 และเครื่องชี้ในตลาดแรงงานหลายตัว อาทิ การปรับขึ้นของค่าจ้าง (ECI) รวมทั้งข้อมูลการจ้างงานของภาคการเกษตรเดือน ต.ค.-พ.ย. ซึ่งน่าจะช่วยให้เฟดเห็นถึงความชัดเจนของภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น จนเพียงพอที่จะทำให้มั่นใจว่าการดำเนินนโยบายการเงินมีประสิทธิภาพ

ขณะที่การเจรจาในการขยายเพดานหนี้และการเจรจางบประมาณสหรัฐที่ใกล้จะถึงเส้นตายในช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่จะส่งผลให้สหรัฐเผชิญความเสี่ยงจากการปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐ (US Government Shutdown) อีกครั้ง โดยรัฐมนตรีคลังสหรัฐได้ระบุถึงความเสี่ยงที่สหรัฐจะขาดเงินสดในการใช้หนี้และใช้จ่ายด้านอื่นๆ หากการเจรจาไม่ได้ข้อยุติก่อนวันที่ 3 พ.ย.นี้ อันอาจจะเป็นปัจจัยที่กระทบความเชื่อมั่น ตลอดจนการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงระหว่างทางจนกระทบการตัดสินใจของเฟดได้

ขณะเดียวกัน สถานการณ์การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน เป็นอีกปัจจัยที่เฟดคงจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจกระทบการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐ อันจะทำให้ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนมากขึ้น จนกระทบต่อการส่งผ่านนโยบาย โดยเฉพาะหากเฟดเลือกปรับอัตราดอกเบี้ยไปจากปัจจุบัน

ด้านผลกระทบของไทยนั้น การชะลอจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด จะสร้างแรงผ่อนคลายในตลาดการเงินไทยในช่วงสั้น ดังเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การที่ตลาดปรับคาดการณ์ต่อจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ลากยาวออกไป คงช่วยให้กระแสเงินบางส่วนไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่อีกครั้ง และทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทยปรับลดลง ขณะที่เงินสกุลภูมิภาคและค่าเงินบาทคงมีปัจจัยหนุนมากขึ้นตามไปด้วย อันล้วนแล้วแต่สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในระดับต่ำเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เสริมทัพมาตรการกระตุ้นจากฝั่งการคลังที่ทยอยออกมาตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐยังน่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้น และในท้ายที่สุดแล้ว ย่อมจะส่งผล
กระทบให้นักลงทุนโยกย้ายเงินทุนออกจากตลาดเอเชียและไทยอีกครั้ง จนมีผลกระทบต่อทิศทางอัตราผลตอบแทนให้ขยับขึ้น และค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงได้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน