
คาดรอซื้อLTF1.9หมื่นล้าน
บล.ฟิลลิป คาดเงินจ่อซื้อ LTF 1.9 หมื่นล้าน แนะนักลงทุนไม่ต้องรอลงทุนปลายปี
บล.ฟิลลิป คาดเงินจ่อซื้อ LTF 1.9 หมื่นล้าน แนะนักลงทุนไม่ต้องรอลงทุนปลายปี
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหลักทรัพย์ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2558 คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ที่ระดับ 1,450 จุด และแนวรับอยู่ที่ 1,350 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดัชนี และมีโอกาสปรับขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้
“ภาพตลาดหุ้นปีหน้าก็ยังไม่ชัด มีแต่ความหวังและต้องรอดูกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3 ก่อน ดังนั้นแนะนำให้นักลงทุนซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ตอนนี้ โดยไม่ต้องไปรอซื้อปลายปี เพราะเชื่อว่าต้นทุนในการซื้อไม่น่าแตกต่างกันมาก หรือจะแบ่งเงินซื้อเฉลี่ยทุกเดือนกับซื้อช่วงตลาดปรับตัวลงก็ได้” นายสานุพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยมักปรับตัวขึ้นในเดือน ธ.ค. ยกเว้นปี 2556-2557 ดัชนีปรับตัวลดลงจากแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ และปีนี้ต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาลงทุนตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ประมาณ 6,000 ล้านบาท ทำให้ปลายปีนี้มองว่านักลงทุนต่างชาติไม่มีบทบาทต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก
เม็ดเงินที่จะเข้าลงทุนในกองทุน LTF ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท เมื่อพิจารณาจากอดีตมีวงเงินประมาณ 2-2.2 หมื่นล้านบาท/ปี ขณะที่ปีนี้มีเงินเข้ามาซื้อ LTF สุทธิจำนวน 3,740 ล้านบาท” นายสานุพงศ์ กล่าว
ขณที่มีโอกาสที่กองทุน LTF ที่ครบกำหนดอายุจะถูกเทขายออกมาตั้งแต่ต้นปี 2559 ไม่น่ามาก เนื่องจากผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับเมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนจากดัชนีหุ้นไทยปี 2556 อยู่ที่ 2.32% เท่านั้น จึงแนะนำให้ถือลงทุนต่ออีก 2 ปี เพื่อรอขายในปี 2560 ซึ่งคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นรับผลดีจากเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเข้าสู่ระบบมากขึ้น
“นักลงทุนที่ถือกองทุน LTF ที่ลงทุนในอนุพันธ์ปัจจุบันมี 3 กองทุน ผลตอบแทนน้อยมาก ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไร แนะนำให้ขายออกและไปซื้อกองทุน LTF เพื่อใช้สิทธิภาษีรอบใหม่ดีกว่า” นายสานุพงศ์ กล่าว
สำหรับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) นักลงทุนสามารถนำมาจัดพอร์ตลงทุนได้โดยไม่ต้องจับจังหวะตลาด เพราะต้องลงทุนระยะยาว แนะนำหน่วยลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งให้ผลตอบแทน 6-7% ต่อปีดีกว่ากองทุนตราสารหนี้ และควรกระจายลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปมีแนวโน้มที่ดี และหุ้นเฮลท์แคร์เป็นจังหวะทยอยซื้อ
ทั้งนี้พอร์ตที่แนะนำประกอบด้วย กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ 10% กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพสัดส่วน 25% กองทุนเปิดธนชาต Low Beta เพื่อการเลี้ยงชีพ สัดส่วน 20% กรุงศรียุโรปอิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ สัดส่วน 10% กองทุนกรุงศรีโกลบอลเฮลธ์แคร์อิควิตี้เพื่อการเลี้ยงชีพ 10% กองทุนเปิดฟิลลิปผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ สัดส่วน 20% และกองทุนเปิดธนชาตทองคำแท่งเพื่อการเลี้ยงชีพ-H สัดส่วน 5%







