
‘สยามราช’ปรับเข้าเกณฑ์มาร์เก็ตแคป
สยามราชฯ ยันเลิกขาดทุนทางบัญชีอีกแล้ว คุยธุรกิจกระจาย 3-4 กลุ่มมาร์จิ้นโตขึ้น
สยามราชฯ ยันเลิกขาดทุนทางบัญชีอีกแล้ว คุยธุรกิจกระจาย 3-4 กลุ่มมาร์จิ้นโตขึ้น
นายเกียรติ วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราช (SR) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปลี่ยนวิธีการเข้าจดทะเบียนจากเดิมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยเกณฑ์กำไรมาเป็นตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ด้วยเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เนื่องจากบริษัทขาดทุนสุทธิ 53.31 ล้านบาท ในปี 2557 ซึ่งเป็นการขาดทุนทางบัญชีจากการบันทึกค่าใช้จ่ายรายการพิเศษเท่านั้น และไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้บริษัทตั้งสำรอง 100%
“เรามีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 140 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่มีกำไรประมาณ 73 ล้านบาท ในปี 2556 แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ ที่เข้าตามเกณฑ์มาร์เก็ตแคปที่ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน จึงมั่นใจว่าหุ้น SR คงไม่ต่ำกว่าราคาจอง เพราะพื้นฐานธุรกิจมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง ส่วนการขาดทุนทางบัญชีจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกและจะเป็นผลบวกกับงบในอนาคต” นายเกียรติ กล่าว
ด้านผลงานในปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท ส่วนปี 2559 จะเพิ่มเป็นประมาณ 1,700 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิจะดีขึ้นอยู่ที่ประมาณ 7.3% เพราะมีรายได้จากธุรกิจระบบปั๊มอุตสาหกรรมเป็น 25% จากปีนี้ที่ 15% ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) สูงสุดประมาณ 35% ส่วนธุรกิจก่อสร้างสถานีวัดและระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติมีมาร์จิ้นประมาณ 13% และธุรกิจก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์มีมาร์จิ้นประมาณ 6%
นอกจากนั้น ในปีนี้บริษัทได้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรเป็นตัวแทนขายสินค้าในกลุ่มระบบปั๊มอุตสาหกรรมให้กับบริษัท ITT Fluid Technology International, Inc ของสหรัฐ
ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซเอ็นจีวีจะเติบโตตามการขยายการลงทุนของผู้ประกอบการเอ็นจีวี ความต้องการใช้พลังงานและการลงทุนของบริษัท ปตท. (PTT) โรงไฟฟ้ายังใช้ก๊าซเป็นหลัก
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า SR มีจุดเด่นที่มีฐานรายได้กระจาย 3 กลุ่มธุรกิจหลัก คือ 1.ก่อสร้างสถานีวัดและระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 2.ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ 3.ระบบปั๊มอุตสาหกรรม อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญให้บริการด้านวิศวกรรมที่สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ
“SR มีความหลากหลายประมาณ 3-4 ธุรกิจ คล้ายกับหุ้นบริษัท สแกน อินเตอร์ (SCN) บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) บริษัท อาซีฟา (ASEFA) และบริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ (PIMO) ซึ่งบางแห่งมีอัตราราคาปิดต่อกำไร (พี/อี) สูงถึง 33 เท่า ขณะที่ราคาเหมาะสมของ SR ที่นักวิเคราะห์ประเมินจาก 5 โบรกเกอร์อยู่ที่ 4.2-4.8 บาท อ้างอิง พี/อี ที่ 18 เท่า โดย SR จะเสนอขายหุ้นจำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท จะเปิดจองในสัปดาห์ที่ 1 ของเดือน พ.ย. เข้าซื้อขายใน mai กลางเดือน พ.ย. 2558







