posttoday
หุ่นยนต์ หนุนเภสัช

หุ่นยนต์ หนุนเภสัช

22 ตุลาคม 2558

ปัจจุบันประเทศไทยรวมไปถึงเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย เริ่มให้การยอมรับการลงทุนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เห็นได้จากข้อมูลของสมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) ที่พบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในแถบเอเชียด้วยตัวเลขประเมินจำนวนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในสต๊อกที่เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน้อย 4,000 ยูนิต นับตั้งแต่ปี 2556-2560 ผู้ผลิตต่างสนใจลงทุนกับเทคโนโลยีนี้เพราะมีข้อได้เปรียบเชิงธุรกิจหลายประการ เช่น เพิ่มศักยภาพการผลิต และลดค่าใช้จ่าย

ปัจจุบันประเทศไทยรวมไปถึงเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย เริ่มให้การยอมรับการลงทุนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เห็นได้จากข้อมูลของสมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) ที่พบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในแถบเอเชียด้วยตัวเลขประเมินจำนวนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในสต๊อกที่เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน้อย 4,000 ยูนิต นับตั้งแต่ปี 2556-2560 ผู้ผลิตต่างสนใจลงทุนกับเทคโนโลยีนี้เพราะมีข้อได้เปรียบเชิงธุรกิจหลายประการ เช่น เพิ่มศักยภาพการผลิต และลดค่าใช้จ่าย

หากจับตามองเฉพาะอุตสาหกรรมด้านสาธารณสุขของไทยที่กำลังขยายตัว ส่งสัญญาณมายังภาคส่วนเภสัชกรรมให้เร่งพัฒนาเพิ่มศักยภาพในการผลิต และความสามารถในการแข่งขัน ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น และรักษาตำแหน่งผู้นำในการส่งออกผลิตภัณฑ์เภสัชกรรมให้ดี การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้ในภาคการผลิตทางเภสัชกรรม ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อรักษาการเติบโตและตำแหน่งทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสาธารณสุขของประเทศ

ทั้งนี้ เห็นได้จากปัจจุบันการส่งออกเภสัชกรรมมีมูลค่าประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่งไปยังประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามและกัมพูชา ภายในปี 2563 จะมีผู้มีอายุ 60 ปี เป็น 18% ของจำนวนประชากรในประเทศ เทียบอัตราส่วนกับประชากรวัยทำงาน 6:1 ดังนั้นจากจำนวนประชากรสูงอายุของประเทศที่เพิ่มขึ้นคาดได้ว่าส่งผลต่อการเติบโตในภาคส่วนสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ผู้ผลิตทั้งหลายจึงมีความจำเป็นต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตด้วยเช่นกัน ซึ่งถือว่าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ผลิตในการเข้าโค้งสู่เส้นชัย

นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้ปลดลูกตุ้มน้ำหนัก รวมทั้งลดอัตราก๊าซคาร์บอนของหุ่นยนต์ แขนกลหุ่นยนต์ที่รับน้ำหนักได้ (Payload) 3 กก. มีน้ำหนักเพียง 11 กก. และปริมาณก๊าซคาร์บอนเพียง 5 นิ้ว ฟีเจอร์ที่ฝังมากับในแขนกลสามารถรับสัมผัสแรงกระแทก หยุดการเคลื่อนไหวเมื่อสัมผัสสิ่งสัมผัสกีดขวางเส้นทางการเคลื่อนที่ หุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ ทำงานคู่ไปกับคนผู้ควบคุมเครื่องจักรกล หุ่นยนต์จึงเป็นตัวผลักดันกำลังการผลิต เพิ่มความคล่องตัวในโรงงานในส่วนต่างๆ เช่น การประกอบชิ้นส่วนและบรรจุภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์ การเตรียมใบสั่งจ่ายเภสัชการสำหรับร้านขายยาและโรงพยาบาล

จากศักยภาพที่มีการพัฒนาต่อเนื่อง การนำหุ่นยนต์มาใช้งานในภาคการผลิตเภสัชกรรม จึงทำให้ผู้ผลิตได้เปรียบอย่างยิ่ง สามารถก้าวกระโดดได้รวดเร็วรองรับวิศวกรรมการแพทย์ ช่วยลดเวลาในการวางสินค้าออกสู่ตลาด และจำกัดค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงไปกับการปรับปรุงยกเครื่องสายพานการผลิต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ