
อินสตาแกรม โอกาสธุรกิจ
จากการก่อตั้งในปี 2553 จนถึงปัจจุบันอินสตาแกรมมีจำนวนผู้ใช้งานแอ็กทีฟพุ่งสูงถึง 400 ล้านคน โดย 75% ของผู้ใช้งานอาศัยอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญคือ ผู้ใช้งานในไทยยังครองสถิติการใช้เวลาบนโซเชียลเน็ตเวิร์กสูงที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจำนวนผู้ใช้งานแอ็กทีฟบนอินสตาแกรมต่อเดือนมากกว่า 7.1 ล้านคน
จากการก่อตั้งในปี 2553 จนถึงปัจจุบันอินสตาแกรมมีจำนวนผู้ใช้งานแอ็กทีฟพุ่งสูงถึง 400 ล้านคน โดย 75% ของผู้ใช้งานอาศัยอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญคือ ผู้ใช้งานในไทยยังครองสถิติการใช้เวลาบนโซเชียลเน็ตเวิร์กสูงที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจำนวนผู้ใช้งานแอ็กทีฟบนอินสตาแกรมต่อเดือนมากกว่า 7.1 ล้านคน
จะเห็นได้ชัดว่า แพลตฟอร์มการแบ่งปันรูปภาพบนมือถือนี้ มีการเติบโตที่สูงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และยิ่งมีการเปิดตัวโฆษณาบนแพลตฟอร์มอินสตาแกรมในประเทศไทย ยิ่งเป็นการตอกย้ำโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทย และตอบสนองต่อเทรนด์ที่เด่นชัดของการลงทุนโฆษณาบนสื่อดิจิทัลที่คาดว่าจะเติบโตสูงขึ้นเป็นกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในปีนี้
ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำคัญของนักการตลาดที่ยังไม่เคยใช้งานอินสตาแกรมในการสร้างแอกเคาต์ เริ่มโพสต์คอนเทนต์ และสำรวจกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ค้นหาบทสนทนาที่ผู้คนในชุมชนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน และเรียนรู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นสนใจอะไร เพื่อที่จะตอบสนองในสิ่งที่พวกเขาต้องการ เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวอินสตาแกรมว่า พวกเขามักจะอยากรู้อยากเห็น ตื่นตัวกับสิ่งสวยงามทั้งหลาย และมักจะมองโลกผ่านเลนส์ภาพ โดยสถิติพบว่าชาวอินสตาแกรมเช็กหน้าฟีดหลายครั้งต่อวัน นอกจากนี้อินสตาแกรมยังเป็นชุมชนที่แบ่งปันเรื่องราวผ่านรูปภาพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีผู้คนเข้าร่วมจากทั่วทุกมุมโลก โดยภาพที่ถูกแบ่งปันส่วนใหญ่ ก็จะเกี่ยวกับแฟชั่น อาหารการกิน สุขภาพและกีฬา การท่องเที่ยว ดนตรีและภาพยนตร์ ไปจนถึงภาพของแบรนด์สินค้าต่างๆ
ทั้งนี้ เฟซบุ๊กถูกใช้งานเพื่อติดต่อพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว ขณะที่อินสตาแกรมเปรียบเสมือนสถานที่ที่ผู้ใช้งานเข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ผ่านทางรูปภาพ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้โดยผู้คนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน โดยแบรนด์สินค้าที่มองหากลุ่มเป้าหมายจากทั้งสองแพลตฟอร์ม สามารถใช้เครื่องมือจับกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน โดยทำการวิเคราะห์เพศ อายุ และพื้นที่ที่อยู่อาศัย ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า เพาเวอร์ เอดิเตอร์ ซึ่งช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการใช้งานวิดีโอและแคมเปญต่างๆ บนเฟซบุ๊ก ยังสามารถต่อยอดแคมเปญผ่านอินสตาแกรมได้อีกด้วย







