
รัฐบาลเคลียร์เขตศก.แม่สอด
ตามที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวกรณีนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง หน.คสช. ที่ 17/2558 เรื่อง การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและก่อให้เกิดปัญหาแย่งชิงพื้นที่ระหว่างรัฐกับชาวบ้านนั้น
ตามที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวกรณีนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง หน.คสช. ที่ 17/2558 เรื่อง การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและก่อให้เกิดปัญหาแย่งชิงพื้นที่ระหว่างรัฐกับชาวบ้านนั้น
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า นโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมีเจตนารมณ์ที่จะกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้ทำงานในท้องถิ่นของตน ในการจัดหาที่ดินเพื่อกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เน้นจัดหาพื้นที่ของรัฐเป็นลำดับแรก เช่น ที่ราชพัสดุ ป่าเสื่อมโทรม
อย่างไรก็ตาม ที่ดินของรัฐหลายแห่งถูกประชาชนบุกรุก ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือยังไม่ได้รับการพิสูจน์สิทธิการครอบครอง หัวหน้า คสช.จึงมีคำสั่งที่ 17/2558 โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหา เร่งรัดกระบวนการทำงาน และผลักดันให้เกิดเขตพัฒนาเศรษฐกิจโดยเร็ว ซึ่งรวมถึงการเร่งพิสูจน์สิทธิ การเจรจากับชาวบ้าน การจ่ายเงินช่วยเหลือหรือหาที่ดินทำกินที่เหมาะสมให้
กรณีที่เกิดขึ้นใน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งชาวบ้านอ้างสิทธิการครอบครองพื้นที่โดยบางส่วนไม่มีเอกสารสิทธิ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ขณะนี้ไม่ได้รับความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บข้อมูล จึงขอวิงวอนประชาชนให้ยอมรับหลักการทางกฎหมาย หันหน้ามาพูดคุยกัน โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
“รัฐบาลตั้งใจจริงที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า โดยดูแลทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร จึงไม่อยากให้ประชาชนคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวมากเกินไปจนละเลยประโยชน์ของชาติ”







