posttoday
Touch of Nature นวัตศิลป์ไทยบุกยุโรป

Touch of Nature นวัตศิลป์ไทยบุกยุโรป

22 ตุลาคม 2558

หากพูดถึงงานหัตถกรรมไทยในสายตาชาวต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทยเอง เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่คงนึกถึงภาพงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าแห่งความวิจิตรบรรจง บ่งบอกถึงทักษะเชิงช่างชั้นสูงที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

หากพูดถึงงานหัตถกรรมไทยในสายตาชาวต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทยเอง เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่คงนึกถึงภาพงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าแห่งความวิจิตรบรรจง บ่งบอกถึงทักษะเชิงช่างชั้นสูงที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

การจะส่งเสริมและสนับสนุนให้งานหัตถกรรมไทยคงอยู่และเติบโตต่อไปได้ในตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้น แค่เพียงการถ่ายทอดและใช้องค์ความรู้ดั้งเดิมอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบันผู้บริโภคไม่ว่าจะอยู่ในตลาดไหน กำลังซื้อระดับใด พฤติกรรมการบริโภคเป็นเช่นไร ทุกคนต่างมีทางเลือกมากมายในการบริโภคสินค้าประเภทต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่งานหัตถกรรมที่ต้องอยู่ในวัฏจักรนี้ด้วยเช่นกัน

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ได้จัดโครงการ Lux by SACICT ภายใต้แนวคิด Touch of Nature เป็นอีกโครงการหนึ่งที่แสดงถึงพัฒนาการอีกก้าวหนึ่งของงานหัตถกรรมไทย ที่ไม่เพียงแต่จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับงานหัตถกรรมไทย หากยังคงสร้างการรับรู้และการยอมรับจากตลาดต่างประเทศด้วย โดยนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่งานหัตถกรรมไทย ในงาน Thai Artistry : The Living Heritage ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2558 ณ ห้างสรรพสินค้า ILLUM กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

สำหรับ Touch of Nature เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ ศ.ศ.ป. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกนและบริษัท เซ็นทรัล กรุ๊ป โดยทั้ง 3 หน่วยงานมีความเชื่อเดียวกันว่างานหัตถกรรมของไทยเป็นงานที่ทรงคุณค่าและสามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ เพียงแต่ต้องการโอกาสในการนำเสนอศักยภาพเหล่านั้นให้เป็นที่รู้จักในตลาดเป้าหมาย หลังจากนั้นหากได้มีการทดสอบตลาดก็จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการต่อไป

ในอีกแง่มุมหนึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญว่าหากจะรักษางานหัตถกรรมให้คงอยู่จำเป็นต้องนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสาน เพื่อให้งานหัตถกรรมสามารถปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่ต่างยุคสมัยกันได้อย่างลงตัว

ทั้งนี้ เดนมาร์กได้ถูกกำหนดให้เป็นตลาดเป้าหมาย เนื่องจากการเป็นตลาดขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยผู้บริโภคประมาณ 5.5 ล้านคน ที่มีรายได้ต่อประชากรสูงถึง 61,889 เหรียญสหรัฐ ในปี 2558 ประกอบกับตลาดดังกล่าวเป็นตลาดนำเข้าสำคัญของไทยสำหรับสินค้ากลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ รวมไปถึงกลุ่มสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เป็นต้น

สำหรับการพัฒนางานหัตถกรรมไทยร่วมกันระหว่าง ศ.ศ.ป. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กับ สุวรรณ คงขุนเทียน นักออกแบบชุมชนผู้ผลิตงานหัตถกรรม ภายใต้แนวคิด Touch of Nature เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ของชาวเดนมาร์ก ที่เลือกนำเสนอสินค้าที่ใช้ธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของงานหัตถกรรมใน 3 แนวทาง ได้แก่ 1.กลุ่มงานหัตถกรรมที่เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ เช่น โคมไฟและเชิงเทียนที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม  2.กลุ่มงานหัตถกรรมที่เลือกใช้วัสดุที่จากธรรมชาติ เช่น กระเป๋าถือผู้หญิงที่ผลิตจากปาหนัน และ 3.กลุ่มงานหัตถกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความงดงามของธรรมชาติ เช่น เครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของธรรมชาติ เป็นต้น

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงภายในงานนั้น ไม่ได้ถูกจัดแสดงเพียงเพื่อนำเสนอศักยภาพด้านทักษะเชิงช่าง เทคนิคการผลิต หรือวัตถุดิบที่หลากหลายของไทยเท่านั้น หากแต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยในการเป็นผู้ส่งออกงานหัตถกรรมในตลาดโลก ด้วยความเชื่อมั่นว่างานหัตถกรรมจะยังคงอยู่ในกระแสในฐานะสินค้าสำหรับตลาดระดับกลางถึงสูงตลอดไป การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการจึงไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงผู้ผลิต หรือนักออกแบบที่มีศักยภาพพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้เพียงเท่านั้น แต่ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มชุมชนผู้ผลิตงานหัตถกรรม เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนเหล่านั้นได้เกิดการเรียนรู้ตลาดและสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้มาประยุกต์ใช้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้งานหัตถกรรมไทยสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ