
บสย.ค้ำเอสเอ็มอีได้5พันล้าน
บสย.เผยยอดค้ำสินเชื่อเอสเอ็มอีได้กว่า 5,000 ล้าน หลังเปิดตัวครบ 1 เดือน
บสย.เผยยอดค้ำสินเชื่อเอสเอ็มอีได้กว่า 5,000 ล้าน หลังเปิดตัวครบ 1 เดือน
นายญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ ประธานกรรมการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า โครงการค้ำประกันสินเชื่อ ระยะที่ 5 (พีจีเอส 5) ปรับปรุงใหม่ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด บสย.ได้อนุมัติการค้ำประกันสินเชื่อไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการช่วงกลางปี 2559 จะค้ำประกันและช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 3 หมื่นรายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
นอกจากนี้ บสย.ได้ร่วมกับบริษัท บางจากปิโตรเลียม และผ่านธนาคารพาณิชย์ 3 แห่ง คือ กรุงไทย กสิกรไทย และทหารไทย ในโครงการบางจาก-บสย. เพื่อสนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอี ผ่านบัตรบางจากฟลีท
การ์ด ในการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งระบบ โดยเฉพาะภาคการขนส่งให้เข้าถึงสินเชื่อบัตรบางจากฟลีทการ์ดได้ง่ายขึ้น ช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพ
นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า โครงการนี้บริษัทจะช่วยชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อให้ บสย.แทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อบัตรฟลีทการ์ด ตลอดระยะเวลาโครงการ 7 ปี คิดเป็น 8.25% ของวงเงินค้ำประกัน เพื่อต่อยอดความช่วยเหลือของรัฐบาลที่ช่วยรับภาระค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 4 ปี รวม 4% คาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้เอสเอ็มอีดำเนินธุรกิจได้เต็มประสิทธิภาพ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องมีภาระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน
สำหรับโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กที่มียอดการใช้น้ำมันต่อเดือนไม่สูงมากให้เข้าถึงสินเชื่อบัตรฟลีทการ์ดได้ง่ายขึ้น ผ่าน 3 ธนาคารพาณิชย์ ที่จะใช้เวลาในการอนุมัติสินเชื่อสั้นลง และได้รับเครดิตเทอมในการชำระค่าน้ำมันสูงสุด 55 วัน ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินได้ดีขึ้น คาดว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลเข้าถึงสินเชื่อไม่น้อยกว่า 2,000 ราย และธนาคารจะปล่อยสินเชื่อได้กว่า 1,000 ล้านบาท เริ่มให้วงเงินสินเชื่อตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้
นายพจนารถ แสงพฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานผลิตภัณฑ์ บรรษัทและผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าในกลุ่มผู้ประกอบการด้านการขนส่ง หรือผู้ประกอบการที่มีต้นทุนการขนส่งเป็นค่าน้ำมันมีแนวโน้มการใช้บัตรในปี 2559 จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จากการที่ บสย.จะเข้ามาสนับสนุนให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยการค้ำประกันสินเชื่อ ทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนลูกค้าได้ง่ายขึ้น และลดหย่อนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลูกค้าผู้ประกอบการได้มากขึ้น







