posttoday
‘ภัทร’หวั่นหุ้นไทยระยะสั้นเสี่ยง

‘ภัทร’หวั่นหุ้นไทยระยะสั้นเสี่ยง

21 ตุลาคม 2558

“ภัทร” ลดน้ำหนักหุ้นไทย แนะเพิ่มประเทศพัฒนาแล้ว เล็งออก FIF ลงทุนบริษัทข้ามชาติ

“ภัทร” ลดน้ำหนักหุ้นไทย แนะเพิ่มประเทศพัฒนาแล้ว เล็งออก FIF ลงทุนบริษัทข้ามชาติ

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าทีมวิจัยลูกค้าส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เปิดเผยว่า แนะนำให้นักลงทุนลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยในระยะสั้น เนื่องจากมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้อีกไม่มากแล้ว และยังมีแรงกดดันด้านปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

“แม้เราจะประเมินว่า ปีหน้าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ที่ 3.5% แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารโลกบอกว่า ปีหน้าไทยจะโตแค่ 2% เพราะฉะนั้นจึงยังมีความไม่แน่นอนอยู่ โดยปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่เติบโตเป็นปัจจัยจากภายนอก เช่น การส่งออกลดลง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ ทำให้รายได้คนไทยลดลง” นายพิพัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เริ่มมีความกังวลว่า หากจะเกิดวิกฤตรอบใหม่ก็น่าจะมีสาเหตุจากประเทศกำลังพัฒนา ที่พึ่งพิงการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาตกต่ำ

“หุ้นไทยตอนนี้ก็ถือว่าราคาไม่ถูก เพราะซื้อขายกันอยู่ที่ราคาต่อกำไรในปี 2559 อยู่ที่ 13.4 เท่า ขณะที่ตลาดเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น ซื้อขายกันอยู่ที่ 11.9 เท่า อย่างไรก็ตามสำหรับการลงทุนระยะยาว หุ้นไทยยังสามารถลงทุนได้ เพราะปัจจัยพื้นฐานยังดี เพียงแต่ขาดเครื่องจักรที่จะหนุนให้เติบโตเร็ว” นายพิพัฒน์ กล่าว

พร้อมกันนี้ นายพิพัฒน์ แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เช่น สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ภัทร กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ บลจ.ภัทร จะเปิดกองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นทั่วโลก โดยลงทุนผ่านกองทุน New Perspective Fund บริหารจัดการโดย Capital Group บริษัทจัดการลงทุนแบบ Active Fund ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐ

ทั้งนี้ กองทุนอยู่ระหว่างการขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

นายแอนดี้ บัดเดน ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุน Capital Group กล่าวถึงกองทุน New Perspective Fund ว่า มีนโยบายลงทุนในบริษัทข้ามชาติ โดยเน้นบริษัทที่กำลังเปลี่ยนจากบริษัทท้องถิ่นไปเป็นบริษัทข้ามชาติ เพราะเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2558 กองทุนหลักมีการลงทุนในสหรัฐ 48.1% และยุโรป 26.9% และเอเชียแปซิฟิก 12.6% โดยส่วนใหญ่ลงทุนในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพ และอุตสาหกรรม ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 0.68% ย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่่ 9.79%

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน