
‘ธนพิริยะ’จิ๋วแต่แจ๋วจุดแข็งสู้บิ๊กได้
“ธนพิริยะ” ขายไอพีโอ พ.ย. ใช้ขยายสาขา-ศูนย์กระจายสินค้า แซงบิ๊กค้าปลีกค้าส่ง
“ธนพิริยะ” ขายไอพีโอ พ.ย. ใช้ขยายสาขา-ศูนย์กระจายสินค้า แซงบิ๊กค้าปลีกค้าส่ง
นางอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ (TNP) ซึ่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคทั้งค้าปลีกและค้าส่งใน จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จะขายไอพีโอจำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.25 บาท ในสัปดาห์ 2 ของเดือน พ.ย. และนำหุ้นเข้าซื้อในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในสัปดาห์ที่ 3 โดยจุดเด่นเป็นบริษัทที่มีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 12.9% ต่อปี ระหว่างปี 2555-2557 ส่วนทั้งปี 2558 ก็จะโตไม่ต่ำกว่า 12.9%
ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 3.8% ในปี 2557 อยู่ในระดับใกล้เคียงผู้ประกอบการค้าปลีกและโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังจากนำเงินไอพีโอไปขยายสาขา 3 แห่ง และศูนย์กระจายสินค้าในปี 2559 จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิสูงกว่า 3.8%
การเพิ่มสาขา 3 สาขาใน จ.เชียงราย ใช้งบลงทุนก่อสร้างไม่รวมที่ดินราว 15-20 ล้านบาท/สาขา จากปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 12 สาขา แบ่งเป็น ค้าปลีก 11 สาขา และค้าส่งจำนวน 1 สาขา ซึ่งการเพิ่มสาขาค้าปลีกมีอัตรากำไรสูงกว่าค้าส่ง ส่วนศูนย์กระจายสินค้าจะลงทุนประมาณ 150-200 ล้านบาท ส่งผลให้การบริหารการขนส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการตั้งราคาขายสินค้าและการทำโปรโมชั่นของบริษัทยังสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ ขณะที่มีจำนวนสินค้าประมาณ 1.5 หมื่นรายการ ใกล้เคียงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ อีกทั้งบริษัทยังมีบริการที่ดีกว่าทั้งในด้านบริการขนส่งสินค้าและที่จอดรถ
“เราคิดและพัฒนาองค์ความรู้ขึ้นเองจากการเรียนรู้ประสบการณ์ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา มีบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง เข้าใจความต้องการของลูกค้า มีศูนย์ฝึกอบรม แม้คู่แข่งรายใหญ่จะเข้ามาในพื้นที่ แต่บริษัทจะแข่งขันได้ มีการเติบโตตลอด” นางอมร กล่าว
สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในปี 2558-2559 บริษัทจะยังอยู่ใน จ.เชียงราย เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงทางธุรกิจ โดยเฉพาะหลังเกิดเออีซีและเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงมีแนวชายแดนติดกับสองประเทศเพื่อนบ้าน คือ ลาวและเมียนมา รวมถึงการอยู่ใกล้ประเทศจีน ซึ่งมีบริษัทขายสินค้าล็อตใหญ่ตามแนวชายแดนด้วย แต่หลังปี 2559 จะมองหาโอกาสออกนอกพื้นที่ จ.เชียงราย ด้วย
ณ สิ้นปี 2558 บริษัทจะมีลูกค้าสมาชิกค้าปลีกรวมเป็นประมาณ 6 หมื่นราย ส่วนกลุ่มค้าแบบให้เครดิตเทอมมีจำนวนประมาณ 300 ราย และค้าส่งแบบซื้อหน้าร้านมีจำนวนประมาณ 6,000 ราย
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ TNP กล่าวว่า บริษัท ธนพิริยะ มีจุดเด่นที่สำคัญคือมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นสูง มีทั้งธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ทั้งในกลุ่มร้านค้าสะดวกซื้อและโมเดิร์นเทรดได้







