posttoday
กางผลกระทบ‘ทีพีพี’ กระทุ้งไทยคิดรอบด้าน

กางผลกระทบ‘ทีพีพี’ กระทุ้งไทยคิดรอบด้าน

21 ตุลาคม 2558

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ทันทีที่สมาชิก 12 ประเทศบรรลุความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ก็ทำให้ประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก หรือมีขนาดเศรษฐกิจสูงถึง 40% ของจีดีพีโลก

แม้ว่าภาพรวมที่เกิดขึ้นของตลาดกลุ่มทีพีพีจะน่าสนใจ และส่งผลกระทบต่อการค้าโลกอย่างมาก แต่การจะเข้าไปขอร่วมวงทีพีพีด้วยนั้น ก็จะต้องพิจารณาข้อดีและข้อเสียให้รอบคอบและรอบด้าน

ขณะที่ “ไทย” อยู่ระหว่างพิจารณาชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจ “เข้า” หรือ “ไม่เข้า” โดยสหรัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุดสำหรับไทยในการตัดสินใจเข้าร่วมทีพีพี เนื่องจากเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกหลักของไทย มีสัดส่วนประมาณ 10% ของมูลค่าการส่งออกรวม ซึ่งหากเข้าร่วมก็จะช่วยขยายโอกาสทางการค้าให้มากขึ้น ขณะที่ประเทศอื่นในกลุ่มทีพีพี ส่วนใหญ่ไทยมีการเจรจาความตกลงการค้าเสรีทั้งแบบทวิภาคีและที่เป็นความตกลงร่วมกับอาเซียนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศสมาชิกของทีพีพี ประกอบด้วย สหรัฐ ญี่ปุ่น แคนาดา ชิลี เม็กซิโก เปรู ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม

สำหรับเรื่องนี้ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) ได้ศึกษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยจากการเข้าร่วมกลุ่มทีพีพีในแง่โอกาสทางการค้า การสร้างความได้เปรียบทางการค้า รวมถึงข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่แข่งทางการค้าในกลุ่มทีพีพี เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้เสนอต่อรัฐบาลใช้ประกอบการตัดสินใจต่อไป

รายงานฉบับนี้ให้ข้อมูลเปรียบเทียบมูลค่าการค้าระหว่างไทย ประเทศสมาชิกทีพีพี และสหรัฐซึ่งพบว่า ในปี 2555 มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐอยู่ในอันดับ 4 โดยแคนาดาเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเข้าสหรัฐมากที่สุด รองลงมาคือเม็กซิโก และญี่ปุ่นแต่เมื่อเปรียบเทียบด้านมูลค่าการค้ารวม ไทยจะอยู่ในอันดับ 5 รองจากแคนาดา เม็กซิโก ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดสหรัฐยังมีความสำคัญกับภาคการส่งออกของไทย อย่างไรก็ดีในการเจรจาทีพีพี สหรัฐมีอิทธิพลในการเจรจาต่อรองค่อนข้างมาก ทั้งการกำหนดโครงสร้าง หัวข้อ และประเด็นหลักในการเจรจาที่มักสะท้อนถึงสิ่งที่สหรัฐต้องการ เช่น การกำหนดมาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม หรือการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมากกว่าข้อตกลงเอฟทีเออื่นๆ

วิมล ปั้นคง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้ของไอทีดี ได้อธิบายผลการศึกษาผลกระทบที่ไทยจะได้รับจากทีพีพีว่า กรณีประเทศไทยไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีพีพี แต่ประเทศอื่นในอาเซียนเป็นสมาชิก จะทำให้เกิดการสูญเสียผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น โอกาสการเข้าถึงสินค้าราคาถูกและการเข้าถึงโอกาสการทำงาน เป็นต้น

ขณะเดียวกัน หากไทยไม่มีสิทธิพิเศษทางการค้ากับประเทศสมาชิกทีพีพี อาจก่อให้เกิดความยุ่งยากต่อคู่ค้า ซึ่งจะต้องใช้สิทธิประโยชน์จากกรอบเจรจาการค้าเสรีอื่นๆ หลายกรอบประกอบกัน ซึ่งในอนาคตอาจทำให้เกิดการเบี่ยงเบนความสนใจด้านการค้าและการลงทุน ทั้งในภาคการผลิตสินค้าและบริการออกไปจากไทยได้ อาจทำให้ไทยมีแนวโน้มต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจหดตัวได้ 

อย่างไรก็ตาม ความตกลงทีพีพีเป็นความตกลงทางการค้ารูปแบบใหม่ที่มีมาตรฐานสูง มีกรอบเจรจาอย่างกว้างขวาง เช่น การเปิดเสรีด้านการค้าบริการและการลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานด้านแรงงาน และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะทำตามหลักเกณฑ์ต่างๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดเสรีในภาคบริการและการลงทุน ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศสมาชิกทีพีพีอื่นๆ ได้

“เมื่อเปรียบเทียบการแข่งขันทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่แข่งสำคัญในรายสินค้าที่มีการส่งออกจากไทยไปกลุ่มประเทศทีพีพี พบว่าสินค้าที่ส่งออกไปส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทเดียวกัน ทั้งสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องจักรกล อุตสาหกรรมเกษตรอย่างอาหารและผัก ผลไม้ อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ซึ่งประเทศคู่แข่งในอาเซียนที่มีโครงสร้างสินค้าส่งออกคล้ายคลึงกับไทย ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เวียดนาม ออสเตรเลีย และบรูไน” วิมล ระบุ

ดังนั้น หากไทยไม่เข้าร่วมวงทีพีพีก็อาจทำให้สูญเสียโอกาสทางการค้า หรือมีข้อเสียเปรียบ หรือได้รับเงื่อนไขการค้าที่ด้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่เข้าร่วม และอาจจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวของไทยในสหรัฐให้ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง รวมทั้งอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการค้า เช่น สหรัฐอาจหันไปนำเข้าสินค้าจากประเทศกลุ่มทีพีพีที่เป็นคู่แข่งของไทย ทำให้ไทยส่งออกสินค้าประเภทดังกล่าวไปตลาดสหรัฐได้น้อยลงในอนาคต

ในทางตรงกันข้าม หากไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกทีพีพีย่อมทำให้ไทยรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐได้ระดับหนึ่ง ซึ่งมีผลให้สินค้าส่งออกของไทยได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีและสิทธิทางการค้าอื่นๆ เทียบเท่ากับประเทศอื่นในกลุ่มทีพีพี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ขณะเดียวกันการเข้าร่วมกับกลุ่มประเทศทีพีพียังส่งผลให้เกิดการปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนของไทยให้ทันสมัยและมีความโปร่งใสยิ่งขึ้นด้วย

วิมล กล่าวย้ำว่า การเข้าร่วมในกลุ่มทีพีพียังมีหลายประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง ซึ่งบางประเด็นอาจก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุนของไทยในอนาคต และอาจส่งผลต่อการปรับตัวและความสามารถในการแข่งขันด้านอื่นๆ ของไทยได้ เพราะการเข้าร่วมกลุ่มทีพีพีเป็นการเปิดเสรีการค้าที่มีมาตรฐานสูงที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกทุกประเทศต้องทำตามข้อตกลงเหมือนกัน โดยไม่มีข้อผ่อนปรน

ดังนั้น ไทยจึงควรศึกษาข้อดีข้อเสียของการเข้าร่วมกลุ่มทีพีพีให้รอบคอบ เพราะโอกาสครั้งนี้อาจมาพร้อมกับความเสี่ยงได้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69