
พูดได้
มาเกาะติดเรื่อง “ภาษาอินโดนีเซีย” กันอีกครั้งครับ
มาเกาะติดเรื่อง “ภาษาอินโดนีเซีย” กันอีกครั้งครับ
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีแรงงานอินโดนีเซียเคยพูดแล้วพูดอีกหลายรอบ ว่าจะออกกฎหมายให้แรงงานต่างชาติที่จะเข้ามาทำงานในอินโดนีเซียต้องทดสอบภาษาอินโดนีเซียให้ผ่านก่อน จึงจะได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถสื่อสารกับชาวอินโดนีเซีย ถ่ายทอดความรู้ ส่งต่อเทคโนโลยีสู่ชาวอินโดนีเซียได้
แต่หลังจากรัฐมนตรีท่านดังกล่าวโดนรุมกินโต๊ะจากทั้งในและต่างประเทศ ว่าเรื่องดังกล่าวจะฉุดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เข้าสู่อินโดนีเซีย เงื่อนไขยากเกินไป ตอนนี้รัฐมนตรีท่านดังกล่าวจึงยอมถอย
ย้ำว่าแค่ถอยครับ เพราะไม่ทิ้งเค้าโครงนโยบายเดิม จับมาปรับปรุงเสริมแต่งใหม่ ตอนนี้กลายเป็นนโยบาย หากจะต่อใบอนุญาตทำงานหลังจากเข้ามาทำงานมาแล้ว 1 ปี ต้องมีหลักฐานยืนยันทักษะภาษาอินโดนีเซีย
พูดให้ชัดก็คือ ยกเลิกแนวคิดการสอบโดยภาครัฐ ยกเลิกการกีดกันคนเข้าไป แต่ถ้าคิดจะทำงานนานๆ พูดไม่ได้ก็จงกลับบ้านไป
จริงๆ อินโดนีเซียเปลี่ยนแผนมาทำแบบนี้แทนถือว่าดีกว่านโยบายเดิมมากนะครับ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะไปลงทุนอินโดนีเซียทุกท่านคงโล่งใจไปได้หนึ่งเปลาะ
อย่างไรก็ตาม เมื่อภาครัฐไม่เป็นผู้จัดทดสอบเองและให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการฝึกทักษะภาษาไปจนถึงออกประกาศนียบัตรรับรองทักษะความสามารถ นั่นหมายความว่าต้นทุนการพัฒนาทักษะภาษาทั้งหมดจะตกมาอยู่ที่ภาคเอกชน
ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่มาตรฐานที่ “ไม่ชัดเจน” ว่าตกลงฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอินโดนีเซียได้แค่ไหนจึงจะผ่านมาตรฐาน ได้ประกาศนียบัตร เอกชนแต่ละแห่งจะฝึกด้วยมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ จะมีกระบวนการทุจริตใบประกาศนียบัตร ออกประกาศนียบัตรปลอมรับรองพอเป็นพิธีตามมาหรือไม่
สำนักข่าวจาการ์ตาโพสต์ของอินโดนีเซีย รายงานครับว่า ณ สิ้นปี 2557 มีชาวต่างชาติทำงานอยู่ในอินโดนีเซียทั้งสิ้น 6.87 หมื่นคน เป็นชาวจีนมากที่สุดด้วยจำนวนราว 1.63 หมื่นคน ตามด้วยชาวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และมาเลเซีย
แม้ชาวไทยในอินโดนีเซียจะไม่ใช่สัดส่วนหลักระดับท็อปไฟว์ในขณะนี้ แต่อินโดนีเซียคือประเทศหนึ่งที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กำลังสนับสนุนให้ธุรกิจไทยไปลงทุนเป็นประเทศที่มีความพร้อมหลายด้านมากกว่ากลุ่มซีแอลเอ็มวี ตอนนี้ก็ต้องชั่งใจกันให้ดีครับว่าควรจะทำอย่างไร
เพิ่มต้นทุนฝึกพูดให้ได้กันสักตั้ง หรือหาจังหวะไปลงทุนที่อื่นแทน







