
ไฟแนนซ์ทูเดย์
คำสั่งจากทำเนียบรัฐบาลให้มีการสลับตำแหน่งผู้บริหารกระทรวงการคลัง ระหว่าง จุมพล ริมสาคร ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง แทน ประสิทธิ์ สืบชนะ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่โยกมานั่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง โดย จุมพล มาแรงโค้งท้ายแซง นรินทร์ กัลยาณมิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ที่เดิมจะได้มานั่งในตำแหน่งนี้ ถือเป็นการโยกย้ายนอกฤดูตั้งต้นปีงบประมาณเลยทีเดียว
คำสั่งจากทำเนียบรัฐบาลให้มีการสลับตำแหน่งผู้บริหารกระทรวงการคลัง ระหว่าง จุมพล ริมสาคร ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง แทน ประสิทธิ์ สืบชนะ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่โยกมานั่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง โดย จุมพล มาแรงโค้งท้ายแซง นรินทร์ กัลยาณมิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ที่เดิมจะได้มานั่งในตำแหน่งนี้ ถือเป็นการโยกย้ายนอกฤดูตั้งต้นปีงบประมาณเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง บอกว่าจะให้เวลา 6 เดือน เพื่อให้ผู้บริหารกระทรวงการคลังได้โชว์ฝีมือทำงาน หากถึงเวลานั้นใครทำงานไม่เข้าตาก็น่าจะมีการโยกกันอีกหลายยกในช่วงเดือน มี.ค.ปีหน้า
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดคลัง ประกาศเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างภาษี ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะการดำเนินการเรื่องปฏิรูปภาษีไม่ได้ง่าย ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการเก็บภาษีที่ดิน ซึ่งปลัดสมชัยผลักดันมาตั้งแต่เป็นข้าราชการตำแหน่งเล็กๆ ในสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เมื่อได้ขึ้นมาเป็นปลัดก็คงต้องผลักดันเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อฐานะการเงินการคลังของประเทศในอนาคตจะได้มั่นคงมากขึ้น
มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ โดยการปล่อยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ถือว่าบรรยากาศไม่คึกคักอย่างที่รัฐบาลคาดหมายไว้ เพราะผ่านไป 2 วัน ยอดขอสินเชื่อได้ไม่กี่พันล้านบาท ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ดี รวมทั้งภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงอยู่ ทำให้คนไม่อยากเป็นหนี้ก้อนโต
เพราะแม้ ธอส.จะผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้อย่างมาก แต่ดูเงินงวดที่ต้องผ่อนแต่ละเดือนประมาณ 50% ของรายได้ ทำให้หลายคนที่แม้อยากจะซื้อบ้านเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตมากแค่ไหน ก็คงต้องชะลอไปก่อน รอให้เศรษฐกิจแน่นอนกว่านี้ ค่อยตัดสินใจอีกทีก็ไม่สาย
มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐบาลที่ออกมา จึงน่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านอสังหาฯ มากกว่าช่วยด้านผู้ซื้อบ้าน และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการเร่งให้คนเป็นหนี้ อาจจะเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องมากนัก แต่เมื่อผู้ประกอบการต้องระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยที่แข่งกันสร้างจนเกินล้นตลาดอยู่เป็นแสนยูนิต รัฐบาลจึงไม่มีทางเลือก ต้องตามมาอุ้มผู้ประกอบการอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบัน







