posttoday
อีกครั้งกับการวางแผนเกษียณ

อีกครั้งกับการวางแผนเกษียณ

20 ตุลาคม 2558

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

โดย...ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนะครับ เผลอแผล็บเดียวก็เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยส่วนใหญ่ช่วงนี้มักจะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่มักจะพูดคุยกันถึงเรื่องของการลงทุนโดยเฉพาะกับการลงทุนใน LTF/RMF และการลงทุนในประกันชีวิต ไม่ว่าจะเพื่อลดหย่อนภาษี หรือเพื่อการวางแผนเกษียณ วันนี้ผมก็จะขอพูดคุยกับท่านผู้อ่านถึงเรื่องของการเตรียมการหลังเกษียณ ซึ่งผมอยากจะหยิบยกประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากการวางแผนการลงทุน หรือจำนวนเงินที่ต้องเตรียมให้เพียงพอ นั่นคือเรื่องของความมั่นใจกับตัวเลขผลตอบแทนที่ท่านผู้อ่านจะได้รับจากการลงทุน เพราะการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง หรือความผันผวน

ประการแรก คงหนีไม่พ้นต่อคำถามสำคัญ 3 ข้อ ที่เราต้องเตรียมคำตอบก่อนการวางแผนเกษียณ นั่นคือ

1.จำนวนเงินที่เราคาดว่าจะใช้ต่อเดือน เช่น บางท่านอาจจะใช้ 4 หมื่นบาท บางท่านอาจจะมากหรือน้อยกว่า ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ ไลฟ์สไตล์ ภาระที่มีของแต่ละบุคคล

2.จำนวนปีที่คาดว่าต้องการจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ คำถามข้อนี้เป็นคำถามที่จริงๆ แล้วอาจจะตอบได้ยาก เนื่องจากไม่มีใครทราบได้แน่นอน ส่วนใหญ่มักจะใช้จากการคาดการณ์และเทคโนโลยีที่พัฒนาได้ในอนาคต

3.หลักทรัพย์ที่เราจะนำไปลงทุนหลังเกษียณ คำถามนี้อาจจะตอบง่ายหน่อย ถ้าจะพูดถึงหลักทรัพย์ แต่คำถามนี้มีความซับซ้อนขึ้นเมื่อเราต้องตอบเพิ่มเติมในรายละเอียด เช่น น้ำหนักของแต่ละหลักทรัพย์ ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งมันเป็นเรื่องของผลตอบแทนที่จะเกิดในอนาคตและขึ้นกับภาวะตลาด ดอกเบี้ย และเทคโนโลยีการลงทุน

แต่สมมติว่าเราสามารถตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้แล้ว เราจะได้ตัวเลขเงินที่เราต้องเตรียมเพื่อการเกษียณตามที่เราคาดการณ์ เช่น ถ้าเราต้องการใช้เงินเดือนละ 4 หมื่นบาท ในอีก25 ปีหลังเกษียณ และเราจะนำเงินเกษียณของเราไปลงทุนในพอร์ตโฟลิโอของหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน 5% เราต้องมีเงินเกษียณเท่ากับ 6.87 ล้านบาท เป็นต้น แค่นี้ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ทำให้เราพอใจสำหรับการวางแผนเกษียณได้แล้ว

แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดคุยต่อ ก็คือ การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง และความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่เสมอ เช่น เราอาจจะคาดการณ์ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 7% แต่บางปีเราอาจจะได้ผลตอบแทนที่ 3% ก็ได้  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับองค์ประกอบของหลักทรัพย์ที่เราไปลงทุน เช่น หุ้นมีความผันผวนที่สูงกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนตราสารหนี้ เป็นต้น ดังนั้นถ้าเราจะมั่นใจในตัวเงินที่เราต้องเตรียม เราอาจจะใช้ตัวเลขที่ค่อนข้าง Conservative ไว้หน่อย หรืออาจใช้หลักสถิติเข้ามาช่วยคำนวณ เช่น ถ้าพอร์ตที่เราไปลงทุนมีผลตอบแทนที่คาดหวังเท่ากับ 7.0% แต่มีความเสี่ยง (วัดจากส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เท่ากับ 7.4% และเราต้องการความมั่นใจที่ 65% (มีโอกาสเพียงแค่ 35% ที่ผลตอบแทนจะได้น้อยกว่า 7) เราควรจะใช้ตัวเลขผลตอบแทน 4.1% (มาจาก 7%-0.385x7.4%) มาใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินเกษียณ เป็นต้น

แน่นอนครับ ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนมีความเสี่ยงซึ่งบางปีอาจจะเป็นปีที่แย่ บางปีเราอาจจะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าก็ได้ การใช้ตัวเลขที่น้อยลงมาคำนวณย่อมทำให้เราเตรียมเงินไว้มากกว่า แต่ก็ให้ผลด้านความมั่นใจ และท่านผู้อ่านอาจถามว่า “และหากผลตอบแทนมันเกิดมากกว่า เราจะเอาเงินส่วนเกินไปทำอะไร” คำตอบนี้จะง่ายกว่ากรณีที่เราเตรียมเงินไว้ไม่พอใช้ครับ เช่น เราอาจจะให้รางวัลกับตัวเราหรือครอบครัวด้วยการไปท่องเที่ยว เป็นต้น หรือเก็บเป็นฐานเอาไว้สำหรับปีต่อๆ ไป หรืออาจเหลือเอาไว้เป็นมรดกส่วนเพิ่มให้กับลูกหลานของเรา

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า