posttoday
สุขภาพบจ.ด้านซีจีขยับปี’58 บอร์ดยังต้องปรับปรุงอีกนิด

สุขภาพบจ.ด้านซีจีขยับปี’58 บอร์ดยังต้องปรับปรุงอีกนิด

20 ตุลาคม 2558

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

สถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เปิดเผยผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ประจำปี 2558  โดย “บัณฑิต นิจถาวร” กรรมการผู้อำนวยการ IOD กล่าวว่า ผลสำรวจบรรษัทภิบาล (CG) บริษัทจำนวน 588 บริษัททั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) พบว่าได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 75% ดีขึ้นจากผลสำรวจปี 2557 ที่ได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 72% จากสำรวจ บจ.จำนวน 550 บริษัท

คะแนนเฉลี่ยรายหมวดของผลสำรวจในปี 2558 พบว่ามี 4 หมวดที่ได้รับคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 70% ขึ้นไป  ได้แก่ หมวดการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันได้คะแนน 91% หมวดสิทธิของผู้ถือหุ้นได้ 91% หมวดการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสได้คะแนน 80% และการคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียมีคะแนนเฉลี่ยที่ 70% ขณะที่ปี 2558 เป็นครั้งแรกที่หมวดการปฏิบัติตามหมวดการคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียได้รับคะแนนเฉลี่ยถึง 70% ส่วนหมวดการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่าเดิม ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยที่สูงอยู่แล้วที่ 91%

หมวดที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 70% มีเพียงหมวดเดียวจากทั้งหมด 5 หมวด คือ หมวดความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (บอร์ด) ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 66% แต่เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่ 63%

การเปรียบเทียบตามกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งใน SET และ mai กลุ่มที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 1.ทรัพยากรได้ 79% 2.การเงินได้ 78% 3.เทคโนโลยี 77% หากแยกเฉพาะ mai กลุ่มที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 1.ทรัพยากรและเทคโนโลยี ได้คะแนนเท่ากันคือ 80% 2.การเงิน ได้ 78% 3.เกษตรและอาหารและบริการ ได้คะแนนที่เท่ากันคือ 76%

อย่างไรก็ดี หมวดความรับผิดชอบของบอร์ดเห็นว่ายังมีประเด็นที่ยังต้องพัฒนาต่อไปดังนี้ 1.ควรพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์และภารกิจของบริษัทเป็นประจำทุกปี 2.กำหนดนโยบายจำนวน บจ.ที่บอร์ดแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 5 แห่ง 3.กำหนดนโยบายจำกัดจำนวนปีในการดำรงตำแหน่งบอร์ดไว้ไม่เกิน 9 ปี 4.เปิดเผยกระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินผลงานของบอร์ดทั้งคณะและรายบุคคล 5.จัดให้ประเมินผลงานของบอร์ดชุดย่อย 6.จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดขององค์กร 7.เปิดเผยนโยบายค่าตอบแทนของซีอีโอทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงติดตามผลการปฏิบัติงานของซีอีโอ

ขณะที่ช่องว่างของ บจ.ที่ได้คะแนนสูงสุดเปรียบเทียบกับต่ำสุดพบว่ามีช่องว่างที่เพิ่มมากขึ้น โดยผลสำรวจปี 2558 บจ.ที่มีคะแนนสูงสุดที่ 97% ต่ำสุดที่ 37% ขณะที่ปี 2557 บจ.ที่มีคะแนนสูงสุดที่ 94% ต่ำสุดที่ 41% สะท้อนว่า IOD ควรสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการดำเนินการการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ บจ.ที่ได้คะแนนต่ำได้คะแนนดีขึ้นในการสำรวจครั้งต่อไป ซึ่งประเมินแล้วคิดว่าจะทำได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบจำนวน บจ.ตามผลการสำรวจที่ได้รับในแต่ละระดับ ซึ่งมีการประกาศผลตามจำนวนสัญลักษณ์ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลแห่งชาติ ก็พบว่ามี บจ.จำนวน 405 บริษัทได้รับคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 70% ขึ้นไป หรือระดับดีขึ้นไป โดยในจำนวนนี้มี บจ.ได้รับคะแนน 90% ขึ้นไป หรือระดับดีเลิศ จำนวน 55 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 9% มี บจ.ที่ได้รับคะแนน 80-89% หรือระดับดีมาก จำนวน 159 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 27% และ บจ.ที่ได้รับคะแนน 70-79% หรือระดับดีมีจำนวน 191 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 33%

อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่ควรพัฒนาต่อไปคือ การนำเสนอรายละเอียดค่าตอบแทนของบอร์ดและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น จัดให้ผู้ตรวจสอบการนับคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น การนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับบอร์ดในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย วัน เดือน ปี ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการครั้งแรก การแยกบริษัทจดทะเบียนทั่วไปที่บอร์ดดำรงตำแหน่ง และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อบอร์ดส่งล่วงหน้ามาก่อนหน้าวันที่ประชุมผู้ถือหุ้น

ข้อสังเกตของ IOD ปีนี้พบว่าขนาดธุรกิจไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา CG ของ บจ.ไทย เพราะมีกลุ่ม บจ.ขนาดเล็กที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท สามารถทำงานสูงสุดที่ 96% ใกล้เคียงกับ บจ.ขนาดใหญ่ที่มีมาร์เก็ตแคป 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป ที่ทำคะแนนสูงสุดที่ 97% สิ่งสำคัญคือบอร์ดต้องเห็นคุณค่าของ บจ.ไทย ต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบาย (Form) ควบคู่ไปกับการนำนโยบายไปปฏิบัติจริงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม (Substance) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น การปฏิบัติตามจริยธรรมธุรกิจ  การจัดให้มีการประเมินผลงานของคณะกรรมการทั้งคณะ แต่ยังคงต้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาใน บจ.ไทยทั้งขนาดใหญ่และเล็กต่อไป

นอกจากนี้ บจ.ไทยยังเน้นการดำเนินธุรกิจที่ก้าวหน้าควบคู่ไปกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีการกำหนดนโยบายและเปิดเผยถึงสิ่งที่ได้ปฏิบัติตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ผ่านการจัดทำรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น

ขณะที่ IOD มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการทางด้าน CG ในอนาคต บจ.จะมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มองภาพระยะยาวมากกว่าระยะสั้น การให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงินมากขึ้น รวมถึงบทบาทของคณะกรรมการจะต้องปรับไปสู่เชิงรุก โดยจะต้องมีบทบาทนำทางด้านวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงดูแลเรื่องความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น จึงขอให้บอร์ดของ บจ.ได้ตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้ โดย IOD พร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐาน CG

บัณฑิต กล่าวต่อว่า การสำรวจการกำกับดูแลกิจการในปี 2559 จะปรับเกณฑ์เพิ่มเงื่อนไขรายละเอียดการประเมินให้คะแนนรวมทั้งสิ้นเพิ่มอีก 8 ข้อ อาทิ หมวดความรับผิดชอบของบอร์ด การคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดเผยข้อมูลความโปร่งใส ส่วนจำนวนเงื่อนไขในการประเมินให้คะแนน แม้จะเพิ่มขึ้นจะไม่มีผลกระทบทำให้คะแนนผลสำรวจในปี 2559 ลดลง เพราะขณะนี้ IOD ได้มีการสื่อสารเผยแพร่ไปให้ข้อมูลการปรับเกณฑ์ดังกล่าวนี้ไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง ให้กับ บจ. จำนวน 341 บริษัท เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันสถานการณ์

คุณภาพของ บจ.ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย  และเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องให้ความสำคัญและร่วมมือกันทำทุกอย่างให้ดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี