
ธุรกิจเหนือ-อีสาน หวังไตรมาส 4 กระเตื้อง
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานแนวโน้มธุรกิจรายภาค โดยล่าสุดเป็นรายงานแนวโน้มธุรกิจภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ไตรมาส 3 ซึ่งพบว่าภาพรวมธุรกิจค่อนข้างซบเซา โดยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำส่งผลให้กำลังซื้อภาคเกษตรลดลง และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังมีอยู่สูง ทำให้ระมัดระวังการใช้จ่าย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานแนวโน้มธุรกิจรายภาค โดยล่าสุดเป็นรายงานแนวโน้มธุรกิจภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ไตรมาส 3 ซึ่งพบว่าภาพรวมธุรกิจค่อนข้างซบเซา โดยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำส่งผลให้กำลังซื้อภาคเกษตรลดลง และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังมีอยู่สูง ทำให้ระมัดระวังการใช้จ่าย
โดยในไตรมาส 3 สำหรับภาคเหนือ ธปท.ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจธุรกิจกับภาคเอกชนในจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ พบว่า ธุรกิจที่พึ่งพิงอุปสงค์ในประเทศยอดขายลดลง มีเพียงสินค้าบริโภคจำเป็นในชีวิตประจำวันที่พอขยายตัวได้บ้าง ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ขณะที่สินค้าคงทนทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ยังหดตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบน ไตรมาส 3 มีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่วนลูกค้าชาวไทย กลุ่มประชุมสัมมนามีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากใกล้สิ้นปีงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 4-6 ดาว ใน จ.เชียงใหม่ อัตราการเข้าพักขยายตัวในระดับสูงจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจีน ซึ่งได้ผลดีจากการขยายเที่ยวบินตรง โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำและเครื่องเช่าเหมาลำ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกขึ้น
ด้านภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 3 ภาพรวมธุรกิจทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมค่อนข้างซบเซา ผลจากผู้บริโภคเห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจช้ากว่าที่คาด ประกอบกับสถาบันการเงินระมัดระวังการให้สินเชื่อ ยอดขายวัสดุก่อสร้างลดลง มีเพียงบางรายที่ได้งานจากโครงการก่อสร้างภาครัฐเข้ามาช่วยพยุงยอดขายไว้
สำหรับภาคอีสานธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและการจำหน่ายสินค้าคงทนกลุ่มยานยนต์ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันในปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากประชาชนเริ่มมีความมั่นใจ โดยเฉพาะกำลังซื้อจากกลุ่มผู้มีรายได้ตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป ด้านภาคการผลิตยังมีรายได้ลดลงเล็กน้อยเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อน
ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนปรับตัวลดลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยในแนวสูง ขณะที่การลงทุนโครงการหมู่บ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์และทาวน์เฮาส์ยังคงชะลอตัว เป็นผลจากหนี้ครัวเรือน และสถาบันการเงินพิจารณาสินเชื่อเข้มงวดมากขึ้น โดยจำนวนผู้เข้าชมโครงการลดลงจากปีก่อนมากกว่า 50% แต่ยังมีบางโครงการที่ผู้ประกอบการยังสนใจลงทุนเพิ่ม เป็นธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน/โรงแรม และธุรกิจศูนย์ประชุม ในจังหวัดหัวเมืองหลักหรือจังหวัดตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
ด้านธุรกิจโรงแรมในภาคอีสาน พบว่าอัตราการเข้าพักลดลงมาก เหลือเพียง 41.5% จากเดิม 47.4% ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักแรมในภาคอีสานลดลงเล็กน้อย จากเดิมมีอัตรา 11.84% ของนักท่องเที่ยวในภาคอีสาน ในเดือน ก.ค. 2558 เหลือ 11.78% ในเดือน ส.ค.
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4 ธปท.คาดว่า ในภาคเหนือยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นบ้างตามเทศกาล แต่มีข้อจำกัดจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังไม่มีปัจจัยชี้ว่าจะฟื้นตัว โดยเฉพาะรายได้เกษตรกรยังไม่ปรับดีขึ้น เช่นเดียวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ยอดขายอาจยังไม่ฟื้นตัวในระยะสั้น ด้านธุรกิจที่คาดว่ามีแนวโน้มดีเป็นธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว ที่เห็นสัญญาณการจองห้องพักล่วงหน้าอย่างต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่ธุรกิจส่งออกรายที่สามารถขยายการส่งออกได้ในช่วงที่ผ่านมาจะสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ขณะที่ภาคอีสาน พบว่า ผู้ประกอบการในภาคอีสานส่วนใหญ่คาดว่ายอดจำหน่ายของธุรกิจโดยรวมจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน เพราะเป็นช่วงไตรมาสที่จะมียอดขายสูงสุด โดยผู้ผลิตและผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่งจะต้องเร่งการขายเพื่อแสดงผลงานในงบการเงินประจำปี สำหรับภาวะธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการคาดว่ายอดขายจะทรงตัวในระดับต่ำ รวมทั้งภาคบริการ เนื่องจากปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และสถาบันการเงินพิจารณาสินเชื่อด้วยความระมัดระวังมากขึ้น







