
เดือนแห่งการออม และสถาบันธนาคารออมสินโลก
เดือน ต.ค.ของทุกปี จะถือเป็นเดือนแห่งการออม โดยวันที่ 31 ต.ค.ของทุกปี จะถือว่าเป็นวันออมโลก หรือ World Saving Day หรืออีกชื่อเรียกว่า World Thrift Day ซึ่งถูกกำหนดไว้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 1924 หรือกว่า 91 ปีมาแล้ว ในการประชุมร่วมกันครั้งแรกของสมาชิกธนาคารออมสินโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมรณรงค์ภารกิจด้านส่งเสริมการออมให้กับประชาชนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ยากต่อการเข้าถึงสถาบันการเงิน ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีสถาบันธนาคารออมสินโลก หรือ WSBI (World Savings and Retail Banking Institute) เป็นองค์กรหลัก ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 80 ประเทศทั่วโลก สถาบันออมสินจากประเทศต่างๆ กว่า 110 แห่ง สำหรับประเทศไทยมีธนาคารออมสินเป็นสมาชิก ซึ่งเดือนแห่งการออมจะยึดถือปฏิบัติเพื่อให้สถาบันการเงินต่างๆ ทั่วโลกทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการออมให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงหรือเข้าใจเกี่ยวกับบริการธนาคาร ได้มีโอกาสเริ่มเข้าถึงบริการธนาคารโดยเฉพาะเริ่มต้นจากการออม
เดือน ต.ค.ของทุกปี จะถือเป็นเดือนแห่งการออม โดยวันที่ 31 ต.ค.ของทุกปี จะถือว่าเป็นวันออมโลก หรือ World Saving Day หรืออีกชื่อเรียกว่า World Thrift Day ซึ่งถูกกำหนดไว้ครั้งแรกเมื่อ
วันที่ 31 ต.ค. 1924 หรือกว่า 91 ปีมาแล้ว ในการประชุมร่วมกันครั้งแรกของสมาชิกธนาคารออมสินโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมรณรงค์ภารกิจด้านส่งเสริมการออมให้กับประชาชนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ยากต่อการเข้าถึงสถาบันการเงิน ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีสถาบันธนาคารออมสินโลก หรือ WSBI (World Savings and Retail Banking Institute) เป็นองค์กรหลัก ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 80 ประเทศทั่วโลก สถาบันออมสินจากประเทศต่างๆ กว่า 110 แห่ง สำหรับประเทศไทยมีธนาคารออมสินเป็นสมาชิก ซึ่งเดือนแห่งการออมจะยึดถือปฏิบัติเพื่อให้สถาบันการเงินต่างๆ ทั่วโลกทำกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการออมให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงหรือเข้าใจเกี่ยวกับบริการธนาคาร ได้มีโอกาสเริ่มเข้าถึงบริการธนาคารโดยเฉพาะเริ่มต้นจากการออม
เมื่อวันที่ 23-25 ก.ย. 2558 ผมและทีมงานได้รับเกียรติไปร่วมประชุมสถาบันธนาคารออมสินโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะตัวแทนธนาคารออมสินที่เป็นสมาชิกอยู่ โดยการประชุมดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสนใจที่ผมอยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านได้พอรับทราบพอสังเขป เช่น สถาบันธนาคารออมสินโลกได้ทำข้อตกลงร่วมกับธนาคารโลก หรือ WBG (World Bank Group) โดยมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อดำเนินกิจกรรมสนับสนุนเป้าหมายที่จะขยายจำนวนฐานลูกค้าของสมาชิกของสถาบันธนาคารออมสินโลก ที่ ณ สิ้นปี 2557 มีลูกค้าอยู่ 1,300 ล้านคน ให้เพิ่มเป็น 1,700 ล้านคน ภายในปี 2563 โดยให้ความสำคัญไปที่ประเทศสมาชิกใน 17 ประเทศ จาก 25 ประเทศทั่วโลก ที่มีประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคาร หรือ Unbanked ซึ่งตัวเลขจากธนาคารโลกล่าสุด มีประชากรกว่า 2,000 ล้านคนจากทุกประเทศทั่วโลก ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคาร ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการพยายามให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการธนาคาร การให้ประชาชนเข้าถึงบริการธนาคารถือเป็นอีกปัจจัยในการกระตุ้นคุณภาพชีวิต การดำรงชีวิตที่เข้าใจการให้บริการธนาคาร โดยเฉพาะผ่านการออมเงิน ดังนั้นความร่วมมือเพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญ เพราะถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มประชาชนที่ยังมีความยากจน ช่วยลดช่องว่างทางสังคมอีกทางหนึ่ง
อีกประเด็นสำคัญจากที่ประชุมดังกล่าว คือ เรื่องของโลกดิจิทัลที่จะเป็นดุลยภาพใหม่ของอุตสาหกรรมการให้บริการทางการเงิน ที่คู่แข่งเป็นกลุ่มนอกสถาบันการเงินหรือธนาคารที่เข้ามาแข่งขัน ส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจและการสร้างรายได้ของธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่ม FinTech หรือกลุ่มผู้เล่นที่ใช้เทคโนโลยีให้บริการทางการเงิน ตัวอย่างในประเทศไทย เช่น บริการ True Money ของกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น mPAY ของกลุ่มเอไอเอส หรือแจ๋วของกลุ่มดีแทค เป็นต้น ทำให้ธนาคารต่างๆ ต้องมีการปรับตัว โดยต้องสร้างคุณค่าต่อลูกค้าและชุมชน ในขณะที่ความคาดหวังของลูกค้าก็มีความเปลี่ยนแปลงไปตามนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Gen M หรือ Millennial Generation ที่เป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญที่ให้ความสนใจต่อเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ใช้บริการธนาคารผ่าน Application ต่างๆ ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ของธนาคารที่จะต้องแข่งขันกับกลุ่มนอกสถาบัน โดยการสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งถือว่าธุรกิจธนาคารเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะต้องปรับตัวอย่างมากในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงในสิ่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว เพราะธนาคารจะไม่ได้เป็นผู้เล่นหลักที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมทางการเงินอีกต่อไป อีกทั้งธนาคารจะต้องประสบกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งที่ไม่ใช่ธนาคารที่เข้ามาให้บริการทางการเงิน อีกทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการทำธุรกิจที่เข้มข้นขึ้น และลูกค้ามีความคาดหวังต่อการให้บริการมากยิ่งขึ้น ธนาคารต้องปรับตัวสู่การให้บริการแบบดิจิทัลหรือไม่ก็สูญเสียธุรกิจ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการของธนาคารจึงมีความจำเป็นต้องมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม สถาบันธนาคารออมสินโลกยังเล็งเห็นภารกิจหลัก จึงได้ออกปฏิญญาร่วมกันของสมาชิก เพื่อย้ำเตือนและรักษาไว้ ธนาคารออมสินจะดำเนินธุรกิจในเส้นทางดิจิทัล โดยรักษาไว้ซึ่งการให้บริการที่ใกล้ชิดลูกค้า และรักษาไว้ซึ่งคุณค่าและจริยธรรมของธุรกิจธนาคาร โดยเฉพาะความเชื่อถือ และการให้บริการทางการเงินที่หลากหลายแก่ลูกค้ารายย่อย ครัวเรือน ธุรกิจเอสเอ็มอี สนับสนุนทางการเงินแก่ภาคเศรษฐกิจ สร้างความสมดุลระหว่างความยั่งยืนทางธุรกิจและการตอบแทนคืนสังคม โดยมีรูปแบบของการเข้าถึงบริการทางการเงิน และการให้ความรู้ทางการเงินโดยเฉพาะแก่ประชาชนที่ขาดโอกาส







