
โตแบบกบ ซาคาเอะ​ ซูชิ
สัญลักษณ์ “กบสีเขียว” สะท้อนสไตล์ธุรกิจของ “ซาคาเอะ ซูชิ” ได้เป็นอย่างดีในแง่ของการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยอาศัยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของผู้บริหารอย่าง ดักลาส ฟู ผู้ก่อตั้ง ซาคาเอะ โฮลดิ้งส์ เจ้าของแบรนด์ซูชิสายพานสัญชาติสิงคโปร์ที่ขยายธุรกิจไปในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่น
สัญลักษณ์ “กบสีเขียว” สะท้อนสไตล์ธุรกิจของ “ซาคาเอะ ซูชิ” ได้เป็นอย่างดีในแง่ของการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยอาศัยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของผู้บริหารอย่าง ดักลาส ฟู ผู้ก่อตั้ง ซาคาเอะ โฮลดิ้งส์ เจ้าของแบรนด์ซูชิสายพานสัญชาติสิงคโปร์ที่ขยายธุรกิจไปในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่น
ฟูเป็นชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีน พกดีกรีปริญญาตรีบริหารธุรกิจด้านการเงินจากออสเตรเลีย ก่อนมาเริ่มชีวิตการทำงานในสิงคโปร์ เริ่มจากการทำงานด้านการตลาดกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และร่วมลงทุนกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นทำธุรกิจเทรดดิ้งและผลิตเสื้อผ้า ซึ่งสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มธุรกิจ
แต่ฟูก็ไม่ได้หยุดยั้งความสำเร็จไว้แค่นั้น กลับคิดแตกหน่อธุรกิจไปด้านอื่นๆ โดยธุรกิจที่เขาหมายตาไว้จะต้องเกี่ยวกับสิ่งจำเป็นที่คนต้องการ ซึ่งโอกาสที่เขาเห็นก็คือ “ธุรกิจอาหาร”
เมื่อเห็นแบบนั้นแล้ว ฟูได้เริ่มสำรวจตลาดอย่างจริงจังและได้พบว่าชาวสิงคโปร์สนใจเรื่องสุขภาพและอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งอาหารญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในอาหารประเภทดังกล่าว
แม้สมัยนั้นชาวสิงคโปร์จะนิยมกินอาหารญี่ปุ่นมาก แต่กลับกินไม่ได้บ่อยเพราะราคาแพง จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ฟูคิดหาหนทางขายอาหารญี่ปุ่นให้คนทั่วไปกินได้ในราคาสบายกระเป๋า
ฟูเดินทางไปญี่ปุ่นและฮ่องกงเพื่อเรียนรู้แนวทางเปิดร้านซูชิแบบสายพานที่เหมาะกับแนวคิดของตัวเอง คือ ซูชิคุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึง โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในทุกวันนี้คือ การวิจัยความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง บวกกับการ นำนวัตกรรมมาเป็นตัวช่วย เช่น เมนูอินเตอร์แอ็กทีฟ ทำให้ลูกค้ารู้จักซูชิทุกแบบและเลือกกินได้ตามใจชอบ หุ่นยนต์ทำซูชิ ตลอดจนการคัดเลือกซัพพลายเออร์อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพในราคาสมเหตุสมผล รู้จักใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบให้ได้มากที่สุด การดีไซน์ที่นั่ง สายพานซูชิ ที่ทำให้ได้จำนวนที่นั่งมากขึ้นในพื้นที่อันจำกัด
“เราลงทุนกับระบบคอมพิวเตอร์ในร้าน เพราะช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ ไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานพาลูกค้าไปนั่งโต๊ะหรือรับออร์เดอร์ ระบบยังเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าให้เราได้อย่างมาก เมื่อเวลาผ่านไปเราจะรู้ว่าลูกค้าสั่งอาหารยังไง และที่สุดจะช่วยให้เราลดต้นทุนได้”
แม้จะเปิด ซาคาเอะ ซูชิ สาขาแรกในสิงคโปร์ สมัยวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 แต่ธุรกิจกลับไปได้สวยและขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีสาขามากกว่า 200 แห่งในสิงคโปร์ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น







