posttoday
กระตุ้นเศรษฐกิจ

กระตุ้นเศรษฐกิจ

19 ตุลาคม 2558

ในบรรดาชาติอาเซียนประเทศที่กำลังเผชิญกับหลายสถานการณ์คล้ายๆ กับไทยก็คือ “อินโดนีเซีย” ที่เศรษฐกิจชะลอตัวหนักในรอบหลายปี สกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่ามากและรัฐบาลต้องออกสารพัดมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและผู้บริโภค

ในบรรดาชาติอาเซียนประเทศที่กำลังเผชิญกับหลายสถานการณ์คล้ายๆ กับไทยก็คือ “อินโดนีเซีย” ที่เศรษฐกิจชะลอตัวหนักในรอบหลายปี สกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่ามากและรัฐบาลต้องออกสารพัดมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและผู้บริโภค

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ได้ให้สัมภาษณ์กับแชนแนล นิวส์ เอเชีย ว่า ปีแรกของการดำรงตำแหน่งของเขาเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก เพราะเผชิญกับปัญหาสารพัด เศรษฐกิจก็ชะลอตัวอย่างมาก ในช่วงไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 4.67% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่ก็มองว่าเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกอย่างเศรษฐกิจโลกที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐบาล

โดยผู้นำอินโดนีเซียเชื่อว่าอนาคตเศรษฐกิจของประเทศยังจะเติบโตไปได้ดี และหวังจะเห็นอัตราการเติบโตสูงกว่า 7% หลังจากนี้ประมาณ 3-4 ปี

ด้านการส่งออกก็ทรุดหนักเหมือนกัน ตัวเลขจากสำนักงานสถิติอินโดนีเซียระบุว่า เมื่อเดือน ก.ย. มูลค่าการส่งออกรวมอยู่ที่ 1.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงประมาณ 17% หากเทียบกับเดือน ก.ย. 2557 โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมันมีมูลค่าราว 1.11 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงประมาณ 12% จากปีที่แล้ว

ซึ่งประเด็นนี้ก็ต้องไม่ลืมว่าอินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่ มีฐานผู้บริโภคท้องถิ่นจำนวนมาก หากกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เพื่อฟื้นและปฏิรูปเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน รัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว 4 รอบในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งแต่ละครั้งก็จะเน้นเรื่องที่แตกต่างกัน เช่น การผ่อนปรนกฎระเบียบข้อบังคับที่ช่วยให้การลงทุนสะดวกสบายมากขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ การลดค่าไฟสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในบางช่วงเวลา

ล่าสุด เมื่อกลางเดือนนี้ก็ได้ประกาศมาตรการรอบที่ 4 ที่เน้นหนักเรื่อง “แรงงาน” โดยมีกฎใหม่สำหรับการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ที่สร้างความมั่นใจได้ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราค่าแรงทุกปีอย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะช่วยให้ “ธุรกิจขนาดเล็ก” เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น โดยใช้โครงการสินเชื่อรายย่อยและเงินกู้เพื่อธุรกิจส่งออก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า นอกจากเงินกู้แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “สินค้าที่เป็นที่ต้องการ” ของตลาดต่างๆ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ เพื่อให้สามารถป้อนสินค้าที่ตลาดต้องการ

เห็นคำแนะนำนี้แล้ว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่องที่เกี่ยวกับ “เงิน” โดยเฉพาะยุคที่การอัดฉีดเงินเข้าระบบเป็นที่นิยม แต่ส่วนใหญ่ได้ผลลัพธ์ไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน