posttoday
CORRUPTIONบานแก้เกมอย่าลืมแก้โกง

CORRUPTIONบานแก้เกมอย่าลืมแก้โกง

17 กรกฎาคม 2553

"ในอดีตการคอร์รัปชันจะอยู่ที่ 3% แต่บัดนี้นับวันมันมีแต่จะขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นจนถึง 30-40% แล้ว"

"ในอดีตการคอร์รัปชันจะอยู่ที่ 3% แต่บัดนี้นับวันมันมีแต่จะขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นจนถึง 30-40% แล้ว"

ถ้าเป็นคนอื่นพูดก็คงไม่เท่าไหร่ แต่นี่ ดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าไทยเป็นคนพูด แถมพูดในงานว่าด้วยบรรยากาศการลงทุนในประเทศไทย ซึ่ง3 องค์กรสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ คือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย ร่วมกับหอการค้าต่างประเทศในไทยจัดขึ้น

งานเดียวกันนี้เองที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าประเทศไทยยังเป็นที่ที่น่าลงทุน และเป็นประเทศเป้าหมายการลงทุนของต่างประเทศอยู่และขณะนี้ไทยผ่านวิกฤตมาแล้ว เป้าหมายการลงทุนหลังจากนี้จะเป็นอีกชั้นหนึ่ง คือ ไม่ใช่แค่ผ่านภาวะวิกฤตไปให้ได้ แต่จะเป็นการขับเคลื่อนไปข้างหน้าสร้างความได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งขัน
         
แต่เราจะไปข้างหน้าได้ไกลสักเท่าไหร่ หรือจะไปได้ไหมหากมีการคอร์รัปชันกันขนาดนั้น?
        
เสียงครวญของประธานสภาหอการค้าไทยไม่ใช่ตัวเลขกำไร-ขาดทุนของนักลงทุนเท่านั้น ฐานของภูเขาน้ำแข็งนั้นมีทั้งประสิทธิภาพการใช้เงินภาษีของประชาชน ปัญหาของการลงทุน ฯลฯ
         
ตัวเลข 30-40% ที่ประธานสภาหอการค้าไทยพูดถึงนั้นเป็นตัวเลขที่เพิ่งพรวดพราดขึ้นมาในช่วงไม่กี่ปีและเป็นตัวเลข "บนโต๊ะ"มิใช่ "ใต้โต๊ะ" ของกิจการบางประเภทเท่านั้น ความจริงวันนี้คือบางธุรกิจถูกโขกเงินค่าต๋งถึง 50% ก็มี
         
จะว่าไปการคอร์รัปชันเกิดมาช้านาน แต่ผู้ทำธุรกิจกับภาครัฐย่อมทราบว่า ก่อนรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตรเข้าบริหารประเทศ ตัวเลขที่ต้องจ่ายกันในขณะนั้นอยู่ที่ 5-10% และต้องจ่ายกันอย่างกระมิดกระเมี้ยน ไม่ได้โจ๋งครึ่มเหมือนสมัยหลังๆ ที่สำคัญถ้าโครงการใดต่ำกว่า 50 ล้านบาท ก็จะไม่มาแตะต้องกันเพราะถือว่ามีมูลค่าต่ำเกินไป
         
"10% นี่ถือว่าอย่างหรูแล้ว" ผู้บริหารองค์กรเอกชนรายใหญ่รายหนึ่ง ระบุ
         
ตัวเลขดังกล่าวได้ขยายตัวเป็น 2 หลักในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากยุค พ.ต.ท.ทักษิณ บริหารประเทศไปได้พักหนึ่ง จาก 5-10% กลายเป็น 10-15% !ขอโทษ ราคานี้มิใช่ราคาในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพราะนั่นเป็นอีกตัวเลขหนึ่งซึ่งสูงกว่านี้
         
การอยู่ในอำนาจยาวนานจนเกือบ 8 ปีของพรรคไทยรักไทยนั้น ทำให้ฝ่ายการเมืองเข้มแข็งอย่างไม่เคยมีมาก่อน เมื่อภาคธุรกิจจะได้อานิสงส์จากการฟื้นฟูและเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขการเรียกเปอร์เซ็นต์ก็ทะยานไปเป็น 20% เป็นอย่างน้อย จนถึงเกือบๆ จะ 30%
         
นั่นว่าสูงแล้ว และนึกว่ามันจะหยุดอยู่แค่นั้น แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ หลุดจากอำนาจ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ตัวเลขดังกล่าวขยับมาอยู่ที่ 30% อย่างที่ ดุสิต ระบุ แต่นั่นก็เป็นเพียงขั้นต่ำ เพราะปัจจุบันอยู่ที่ 30-50%
         
ผู้บริหารองค์กรเอกชนหลายรายระบุตรงกันว่า ตัวมาตรฐานตัวเลข 30% นั้นมีจุดเปลี่ยนสำคัญมาจากโครงการก่อสร้างสนามบินหนองงูเห่า!โครงการดังกล่าวได้เปลี่ยนโฉมหน้าการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ไม่มีการเรียกรับเงินกินเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า 30% อีกแล้ว และไม่มีใครสนใจอีกแล้วว่าโครงการนั้นๆ จะมูลค่าต่ำกว่า 50 ล้านบาทหรือไม่ เพราะการทุจริตแนวใหม่นี่คือ กินหัวกินหาง กินกลางตลอดตัว
         
ไม่ว่าโครงการใหญ่เล็ก โดนหมดถ้วนหน้า!เรื่องเศร้าของคนไทยที่จ่ายภาษีทั้งหลาย คือ ทุกวันนี้โครงการไหนที่มีมูลค่ามากกว่า 20% สามารถใช้งบประมาณนั้นไปทำประโยชน์ได้จริงเกิน 50% ของโครงการก็นับว่าเก่งแล้ว
         
คำรำพึงของนักลงทุนที่เกิดในยุคที่ประเทศบริหารโดยนายกรัฐมนตรีที่เชื่อว่าสะอาดที่สุด ได้สะดุดคิด ลำพังคำพูดของนายกรัฐมนตรีที่ว่า คำรำพึงของภาคเอกเป็นปัญหาสำคัญ ต้องผลักดันด้วยการปฏิรูปพร้อมถามหาความกล้าหาญจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้มาเป็นพยานในการเอาผิดนักการเมืองหรือข้าราชการที่รับสินบน
         
ดังเช่น..."ผมได้ย้ำกับตัวแทนภาคเอกชนไปว่า ถ้ามีเรื่องใดที่สามารถส่งมาและมีหลักฐานที่ชัดแจ้ง ผมจะดำเนินการแน่นอน"...นั้นหาได้แตกต่างจากการ ร้องหาใบเสร็จ ของ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟูก่อนฟองสบู่แตก
         
หากมองถึงที่มาและสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาคเอกชนติดสินบนผู้มีอำนาจ เกิดจากความต้องการได้งาน และ/หรือต้องการเอารัดเอาเปรียบคู่แข่งขันด้วยการสมคบคิดกับนักการเมือง
         
เมื่อมองถึงที่มาของนักการเมืองไทย โดยเฉพาะนักการเมืองที่มีพฤติกรรมทุจริต ย่อมเห็นได้ว่าคนเหล่านี้มาด้วยการซื้อเสียง และการลงทุนเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนไปสู่ตำแหน่งในการบริหาร
         
เมื่อมีลงทุนย่อมมีการถอนทุน แสวงหาทุน สะสมทุนให้เพิ่มมากๆ ขึ้นไปเพื่อสร้างและรักษาอำนาจให้อยู่กับตัวตนและพวกพ้องตลอดไป คอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเอกชนกับนักการเมืองฉ้อฉล
         
ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดไม่รู้ ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดไม่ทราบนายกรัฐมนตรีคนนี้จะมีวิธีกำราบอย่างไรหรือไม่?นั่นคือสิ่งที่ประชาชนอยากรู้...และอยากเห็น!

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน