posttoday
เจาะเซฟงบลงทุนรัฐ คมนาคมสูงสุด 1.24 แสนล้าน

เจาะเซฟงบลงทุนรัฐ คมนาคมสูงสุด 1.24 แสนล้าน

18 ตุลาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

เป็นความหวังอันดับต้นๆ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และปี 2559 สำหรับงบลงทุนภาครัฐในปีงบ 2559 วงเงิน 5.44 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าเบิกจ่ายที่ 87% หรือ 4.73 แสนล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจในยามที่ส่งออกมีแนวโน้มย่ำแย่ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน

เพื่อให้การเบิกจ่ายงบเป็นไปตามเป้า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบตามข้อเสนอสำนักงบประมาณ

ประกอบด้วย การให้ส่วนราชการเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างงบปี 2559 ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 2558 หลังคณะกรรมการวิสามัญฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2559 เสร็จสิ้นแล้ว การผ่อนผันวิธีการจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่มีวงเงินลงทุนไม่เกิน 5 แสนบาท ให้ใช้วิธีการตกลงราคา การจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่มีวงเงินเกิน 5 แสนบาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้ใช้วิธีสอบราคา และโครงการที่มีวงเงินเกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้ใช้วิธีประกวดราคา

นอกจากนี้ ครม.มีมติให้รายจ่ายลงทุนที่มีวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ต้องก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 รายจ่ายลงทุนวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องก่อหนี้ผูกพันให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ยกเว้นรายการลงทุนที่มีวงเงินเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ให้ก่อหนี้ผูกพันอย่างช้าภายในวันที่ 31 มี.ค. 2559 เป็นต้น

“หน่วยงานต่างๆ ได้จัดส่งแผนปฏิบัติงานการเบิกจ่ายงบประมาณและงบลงทุนมาให้สำนักงบประมาณแล้ว ซึ่งพบว่าแผนเบิกจ่ายสูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ และเมื่อผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์หลังเริ่มปีงบ 2559 มีการเบิกจ่ายงบรวมแล้ว 5.6% มีการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายงบลงทุน 2.47% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นงบลงทุนที่เบิกจ่ายจริง 1.58% โดยส่วนใหญ่เป็นการเบิกจ่ายงบลงทุนโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก” สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ระบุ

แต่ทว่า เมื่อพิจารณางบลงทุนที่กระจายตามหน่วยงานต่างๆ รวม 30 หน่วยงาน จะพบว่า 10 หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบสูงที่สุด คือ 1.กระทรวงคมนาคม 1.24 แสนล้านบาท 2.งบกลาง 8.72 หมื่นล้านบาท 3.กระทรวงมหาดไทย 6.71 หมื่นล้านบาท 4.กระทรวงกลาโหม 4.71 หมื่นล้านบาท 5.กระทรวงศึกษาธิการ 4.55 หมื่นล้านบาท

6.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 4.53 หมื่นล้านบาท 7.กระทรวงสาธารณสุข 2.12 หมื่นล้านบาท 8.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1.73 หมื่นล้านบาท 9.ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง 1.57 หมื่นล้านบาท และ 10.รัฐวิสาหกิจ 1.44 หมื่นล้านบาท

หากการเบิกจ่ายงบลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลจะงัดมาตรการใดออกมากระตุ้น

สมศักดิ์ ระบุว่า ครม.เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบเพิ่มเติม โดยให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดกำกับดูแลให้หัวหน้าส่วนราชการปฏิบัติตามแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนอย่างเคร่งครัด และให้รายงานผลการเบิกจ่ายให้สำนักงบประมาณรับทราบทุกเดือน โดยทุกๆ ไตรมาสจะมีการตรวจสอบว่าแต่ละหน่วยงานเบิกจ่ายงบได้เท่าใด หากเบิกไม่ได้ตามเป้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้ริบงบคืนมาไว้ที่งบกลางเหมือนปีงบ 2558

“นายกฯ กำชับให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดกำกับดูแลการเบิกงบ และให้สำนักงบประมาณตรวจสอบและรายงานการเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นรายไตรมาส หากไม่เป็นไปตามเป้า นายกฯ สั่งว่าให้ริบงบมาไว้ที่งบกลาง จากนั้นเมื่อครบ 2 ไตรมาสก็จะนำงบที่เบิกจ่ายไม่ทันมาจัดสรรใหม่ทีหนึ่ง โดยออกเป็น พ.ร.บ.โอนงบประมาณ” สมศักดิ์ กล่าว

สมศักดิ์ ยังมั่นใจว่า การเบิกจ่ายงบปี 2559 โดยเฉพาะงบลงทุนจะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างแน่นอน แม้ว่าหลายฝ่ายจะกังวลว่าการนำระบบอี-บิดดิ้งมาใช้แทนการประมูลด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชั่น) เนื่องจากกรมบัญชีกลางเร่งรัดอบรมเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องแล้ว ขณะที่การเบิกจ่ายงบตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.36 แสนล้านบาท จะเบิกจ่ายได้ตามแผน

“เท่าที่ทราบมีการปล่อยกู้เงินกองทุนหมู่บ้านถึงมือสมาชิกแล้ว 2-3 หมื่นล้านบาท จากวงเงินกู้ทั้งหมด 6 หมื่นล้านบาท ส่วนมาตรการลงทุนขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท ครม.อนุมัติโครงการลงทุนในส่วนงบกลางแล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท จากกรอบวงเงินที่จัดสรรไว้ 2.4 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับงบลงทุนขนาดเล็กในปีงบ 2559 ซึ่งมีอยู่ 1.73 หมื่นล้านบาท คาดว่าเงินกว่า 1 แสนล้านบาท จะเข้าสู่ระบบภายในสิ้นปี 2558 ขณะที่งบตำบลละ 5 ล้านบาท 3.6 หมื่นล้านบาท แม้ว่า ครม.จะขยายเวลาเบิกจ่ายเป็นสิ้นสุดในเดือน ม.ค. 2559 แต่งบส่วนใหญ่จะเบิกได้ในปีนี้เหมือนเดิม” สมศักดิ์ สรุป

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล