
คิกออฟสุวรรณภูมิ1.5หมื่นล.
ทอท.ตบเกียร์เสนอเงื่อนไขประกวดราคาสุวรรณภูมิ 1.55 หมื่นล้าน เข้าบอร์ด 21 ต.ค.นี้
ทอท.ตบเกียร์เสนอเงื่อนไขประกวดราคาสุวรรณภูมิ 1.55 หมื่นล้าน เข้าบอร์ด 21 ต.ค.นี้
น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า ฝ่ายบริหารบริษัท ทอท.จะเสนอร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 จำนวน 2 สัญญา วงเงินรวม 1.55 หมื่นล้านบาท จากทั้งหมดมี 5 สัญญา ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท.ในวันที่ 21 ต.ค.นี้ เพื่อขออนุมัติดำเนินการ
สำหรับทีโออาร์ประกวดราคา 2 สัญญา ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 เพื่อรองรับหลุมจอดประชิดอาคาร 28 หลุมจอด และงานออกแบบและก่อสร้างส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ และระบบขนส่งผู้โดยสาร (APM) วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท
โครงการออกแบบและก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ประปา น้ำเย็นสำหรับเครื่องปรับอากาศเชื่อมเข้าสู่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ระบบขนส่ง
ผู้โดยสาร 2,500 ล้านบาท
น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการมีมติอนุมัติ ทอท.จะต้องนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ซึ่งคาดใช้เวลา 1 เดือนเพื่อพิจารณา ก่อนจะส่งกลับมาให้ ทอท.ดำเนินการ จึงน่าจะประกาศเชิญชวนประกวดราคาได้ในเดือน ธ.ค. 2558 คาดว่าจะได้ผู้รับเหมาเดือน มี.ค. 2559 โดยใช้เวลาก่อสร้าง 33 เดือน
สำหรับโครงการลงทุนอีก 3 สัญญานั้น คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลได้ต้นปี 2559 เพื่อจะได้ผู้รับเหมามาเริ่มก่อสร้างภายในเดือนก.ค. 2559 ประกอบด้วย โครงการงานออกแบบและก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินหลังที่ 1 พร้อมติดตั้งอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับให้บริการด้านการบิน สะพานเทียบเครื่องบิน ระบบ Docking Guidance, Gate Assignment ระบบสารสนเทศ และระบบ Baggage Handling เชื่อมต่อระหว่างอาคารผู้โดยสารหลัก
โครงการงานออกแบบและก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มอีก 15 ล้านคน/ปี และโครงการออกแบบและก่อสร้างอาคารสำนักงานสายการบิน และที่จอดรถด้านทิศตะวันออก
น.ท.สุธีรวัฒน์ ชี้แจงว่า สาเหตุที่ไม่สามารถเปิดประมูลได้พร้อมกันทั้ง 5 สัญญา เพราะ ทอท.อยู่ระหว่างเจรจาต่อรองราคาลงมา โดยเฉพาะในสัญญาที่ 3 ซึ่งซัพพลายเออร์ยังไม่ยอมลดราคาลงมา โดยที่ผ่านมา ทอท.เจรจาต่อรองลงมาได้แล้ว 5,900 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการ 6.2 หมื่นล้านบาท แต่จะพยายามปรับลดราคาลงให้ได้ 7,000 ล้านบาท
“ต้นทุนค่าแรงงานที่สูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถลดมูลค่าโครงการได้เป้าที่วางไว้ 1 หมื่นล้านบาทได้ โดยต้นทุนค่าแรงคิดเป็นกว่า 30% หรือ 2 หมื่นล้านบาท จากงบลงทุนรวม 6.2 หมื่นล้านบาท” น.ท.สุธีรวัฒน์ ชี้แจง







