
พื้นฐานบจ.แกร่งกำไรโตยาวถึงปี’60
บจ.ไทยสุดยอด นักวิเคราะห์คาดกำไรต่อหุ้นโตต่อเนื่องถึงปี 2560 ตลาดโอดหุ้นร่วงเกินจริง
บจ.ไทยสุดยอด นักวิเคราะห์คาดกำไรต่อหุ้นโตต่อเนื่องถึงปี 2560 ตลาดโอดหุ้นร่วงเกินจริง
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปีนี้ลงบ้าง แต่ประเมินว่ากำไรต่อหุ้นในปี 2558-2560 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยในปี 2558 กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 80 บาท ปี 2559 อยู่ที่ 92.79 บาท และปี 2560 อยู่ที่ 106.78 บาท สะท้อนว่า บจ.ไทยยังมีความสามารถทำกำไรเติบโตได้ต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปี
ขณะที่นโนยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงต้องติดตามผลที่จะออกมาในอนาคต หุ้นบางกลุ่มจะได้รับประโยชน์ทันที อาทิ มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จะเป็นประโยชน์กับหุ้นอสังหาริมรัพย์และรับเหมาก่อสร้าง อีกทั้งการลงทุนของรัฐบาลจะเป็นปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวทั้งการลงทุนเอกชนและการบริโภค
“ผลประกอบการ บจ.ไทยปีนี้ไม่ได้เลวร้ายหากเทียบกับปีก่อนๆ แต่ดัชนีหุ้นกลับปรับตัวลงแรง เพราะนักลงทุนมองว่ากำไรของ บจ.อาจจะได้รับกระทบในอนาคต แต่นักวิเคราะห์ยังมองกำไรต่อหุ้นเติบโตได้ ดังนั้นจึงควรสื่อสารกับนักลงทุนว่า บจ.ของไทยยังมีความสามารถในการทำกำไรและเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคที่ บจ.ยังมีกำไรเติบโตได้” นายภากร กล่าว
รองผู้จัดการ กล่าวถึงการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2558 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยถึง 108,532 ล้านบาท ส่งผลให้ทั้งปีนี้ต่างชาติจะมียอดขายสุทธิ แต่คาดว่าแรงขายจากนี้ไปมีโอกาสที่จะเห็นจำกัดลง เพราะออกไปค่อนข้างมากแล้ว รวมถึงค่าเงินบาทที่เริ่มนิ่ง
ทั้งนี้ เงินต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหุ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลก ที่เงินลงทุนที่มีต้นทุนต่ำจะไหลออกจากประเทศที่มีปัญหาย้ายเงินไปลงทุนเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว
ด้านตลาดหุ้นในเดือน ก.ย. ดัชนีปิดที่ 1,349 จุด ลดลง 2.4% จากเดือนก่อนและลดลง 9.9% จากสิ้นปี 2557 เคลื่อนไหวเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทสไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ที่ 13.11 ล้านล้านบาท ลดลง 7.95% จากสิ้นปี 2557 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ SET และ mai ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 41,154 ล้านบาท ลดลง 24.35% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่สิ้นเดือน ก.ย. อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 3.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคอยู่ที่ 2.95%
นายภากร กล่าวถึงกรณีที่ราคาหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ปรับตัวขึ้นแรงว่า มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรีโฟลต) ต่ำแต่เป็นขนาดใหญ่ ซึ่งราคาในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 2558 ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ส่งผลต่อดัชนีค่อนข้างมาก ซึ่งคล้ายกับบางตลาดหุ้นต่างประเทศ ทั้งนี้ในส่วนเกณฑ์การคำนวณดัชนีของ SET จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นภาพรวมดัชนีที่ต้องใช้อ้างอิง
ขณะที่ BAY ปัจจุบันไม่ได้เข้าไปคำนวณในดัชนี SET50 ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้อ้างอิงในการออกกองทุนรวมหรือกองทุนอีทีเอฟ ซึ่งในส่วนของดัชนี อาทิ SET50 SET HD จะมีการทบทวนต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดความบิดเบือนได้ง่าย
การซื้อขายหุ้น BAY ยังคงผิดปกติ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ราคาขึ้นไปถึง 39.50 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 37.50 บาท บวก 1.75 บาท หรือ 4.90%







