posttoday
ผู้เชี่ยวชาญ ในการลงทุน

ผู้เชี่ยวชาญ ในการลงทุน

18 ตุลาคม 2558

ระยะหลังๆ ผมเริ่มเห็นการพูดถึงเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น และข้อดีก็คือ ความเข้าใจของประชาชนโดยทั่วไปก็ดีขึ้นมากกว่าเดิม ที่เมื่อเทียบกับหลายสิบปีก่อนที่หลายคนมองว่า ตลาดหุ้นเป็นบ่อนการพนัน แต่ล่าสุดความเข้าใจในการลงทุน แหล่งระดมทุนมีความเข้าใจดีขึ้น และพร้อมๆ กันนั้นการส่งเสริมจากภาครัฐต่างๆ ที่สนับสนุนให้เกิดการสนใจในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทุนที่สามารถเครดิตภาษีอย่าง เช่น LTF และ RMF เป็นต้น ก็ได้ช่วยสร้างความเข้าใจในการลงทุนเพิ่มเติม

ระยะหลังๆ ผมเริ่มเห็นการพูดถึงเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น และข้อดีก็คือ ความเข้าใจของประชาชนโดยทั่วไปก็ดีขึ้นมากกว่าเดิม ที่เมื่อเทียบกับหลายสิบปีก่อนที่หลายคนมองว่า ตลาดหุ้นเป็นบ่อนการพนัน แต่ล่าสุดความเข้าใจในการลงทุน แหล่งระดมทุนมีความเข้าใจดีขึ้น และพร้อมๆ กันนั้นการส่งเสริมจากภาครัฐต่างๆ ที่สนับสนุนให้เกิดการสนใจในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กองทุนที่สามารถเครดิตภาษีอย่าง เช่น LTF และ RMF เป็นต้น ก็ได้ช่วยสร้างความเข้าใจในการลงทุนเพิ่มเติม

และแน่นอนว่า สิ่งที่คู่กับตลาดหุ้นก็จะมีการเปลี่ยนแปลงกับผู้ที่มีส่วนควบกับตลาดหุ้นมากขึ้น ในที่นี้จะกล่าวแค่ “ผู้เชี่ยวชาญในการลงทุน” ซึ่งอาจจะเป็นนักวิเคราะห์, นักเขียน, เซียนหุ้น หรือนักลงทุนรายใหญ่ก็ได้ ก่อนหน้านี้ระบบกติกาที่มีการพูดถึงก็จะมีการจัดระบบระเบียบพอสมควร เช่น มีการขึ้นทะเบียนนักวิเคราะห์ มีการพูดถึงว่า ใครมีสิทธิพูดต่อสาธารณชนได้ มีการกำหนดว่า ใครมีการแนะนำรายตัวได้

ซึ่งผมเข้าใจว่า ล่าสุดกฎระเบียบดังกล่าวก็ยังมีอยู่ ตีสิ่งที่เกิดขึ้นในการชี้นำยุคนี้ ปรากฏว่า กฎระเบียบเหล่านั้นใช้ไม่ได้ผลในเชิงปฏิบัติจริง อาจจะได้ผลเพียงนักวิเคราะห์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่อยู่ในระบบ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถใช้ได้จริง ซึ่งก็จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้คนที่อยู่ในวงการทราบกันดี ซึ่งในมุมของผู้เขียนคงไม่อยากวิจารณ์ เพราะหลายเรื่องในอดีตก็เป็นเช่นนี้

แต่สิ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือ “ผู้เชี่ยวชาญในการลงทุน” ได้เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงปี 2009-2013 ที่ตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวขึ้นโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อตลาดหุ้นขาขึ้นนักลงทุนก็ต้องกำไรมากกว่าขาดทุน เพราะฉะนั้น เราจะเห็นเซียนหุ้นเกิดขึ้นมากมาย หลายท่านอาจจะเพิ่งลงทุนในช่วงตลาดหุ้นบูมยุคหลังเท่านั้นเอง แต่ในมุมมองผม คิดว่า “ผู้เชี่ยวชาญในการลงทุน” ต้องมีการกลั่นกรองมาจากตลาดหุ้นที่ใช้ระยะเวลาพอสมควร และผ่านมาแล้วทั้งตลาดขาขึ้นและตลาดขาลง รวมทั้งต้องรองรับได้ในการเกิดวิกฤตการณ์ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ในตลาดขาขึ้น การทำกำไรไม่ใช่เรื่องยาก แต่การอยู่รอดในขาลงเป็นสิ่งที่ยากกว่า ในหมู่นักเก็งกำไร หลายท่านยังคงเชื่อว่าการอยู่รอดที่ดีก็คือ ต้อง CUT LOSS ให้เป็นเมื่อมีการตัดสินใจผิดวิธี

ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ เป็นนักวิชาการอีกท่านหนึ่งที่อยู่ในวงการตลาดทุนมานานมาก ถ้าผมจำไม่ผิด ก็น่าจะมากกว่า 30 ปี เพราะส่วนตัวผมรู้เรื่องและคลุกคลีในวงการตลาดทุนมาประมาณ 22-24 ปี ตอนนั้นผมก็รู้จักอาจาย์สมชาย จึงอนุมานว่า น่าจะมากกว่ากันพอสมควร อีกทั้งความเข้าใจในเชิงวิชาการที่ดี รวมถึงการผ่านตลาดหุ้นมาหลายรอบ จึงน่าจะรองรับคำว่า “ผู้เชี่ยวชาญในการลงทุน” ได้อย่างชัดเจน คือ ที่กล่าวมาส่วนหนึ่งอาจจะต้องการเชิญชวนท่านนักลงทุนที่ว่างมาฟังสัมมนาวันเสาร์นี้ เพราะระยะหลังๆ อาจจะไม่ง่ายนักที่จะเชิญอาจาย์สมชายมาสอนในเรื่องของลงทุนตลาดหุ้นอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในแง่ของเคล็ดลับในการลงทุน

แต่สิ่งที่สำคัญ ต้องการให้นักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งลงทุนให้เลือกเสพข้อมูลที่เชื่อถือได้ และควรระวังอย่างมากในข้อมูลที่เขาจงใจให้เรารู้หรือเรียนรู้ บางครั้งเราอาจจะเลือกเสพข้อมูลจากทุกแหล่ง ไม่ว่าทาง INTERNET, โซเชียลเน็ตเวิร์ก, วิทยุ, ทีวี หรือ หนังสือพิมพ์ แต่การรู้ว่าข้อมูลไหนผู้ออกข่าวจงใจให้เรารู้ ข้อมูลไหนมาใช้ได้จริงในการลงทุน หรือเราสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการวิเคราะห์ว่า การออกข่าวเหล่านั้นมีวัตถุประสงค์อะไร เราก็สามารถใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการกำหนดกลยุทธ์ลงทุนในตลาดหุ้นได้ทันที ซึ่งก็หมายความว่า ข่าวดีอาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นเสมอไป และข่าวร้ายก็อาจจะไม่จำเป็นจะต้องขายหุ้นเสมอไปเช่นกัน?

วกกลับมาตลาดหุ้นไทยระยะสั้น มองว่ายังไม่มีอะไรน่ากลัวเป็นความคิดเห็นเดิม ซึ่งจะเห็นได้ว่า เหตุการณ์ล่าสุดแม้จะอยู่ในช่วงการประกาศผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งออกมาไม่ดี แต่ปรากฏว่า ราคาหุ้นกลับมีการปรับตัวสูงขึ้นได้ เหตุผลก็คือ การที่กำไรธนาคารออกมาไม่ดี นักลงทุนมีการรับข่าวล่วงหน้าแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการสะท้อนทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ระยะสั้นไม่มีอะไรน่าห่วงสำหรับการเคลื่อนไหวของ SET INDEX อาจจะมีการปรับตัวลดลงได้บ้างแต่ขึ้นมากกว่า และเป็นไปได้สูงที่เราจะเห็น SET INDEX ตัวเลข 1‚500 จุดอีกครั้งในปีนี้!

หมายเหตุ - เสาร์ที่ 17 ต.ค.นี้ เวลา 09.00-12.00 น. ที่สมาคมศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ มีงานสัมมนาเทคนิคพิชิตหุ้น โดยได้เรียนเชิญ ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ อาจาย์ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และเป็นหนึ่งในตำนานตลาดหุ้นไทย มาเปิดเผยเคล็ดลับในการลงทุน ท่านใดที่สนใจเรียนเชิญ จองได้ที่ เบอร์ 08-1783-8888 หรือที่ http://www.aekinvestment.com/

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี