posttoday

เลือดใหม่ ‘มีสไตล์’ รุกปั้นแบรนด์แจ้งเกิด

18 ตุลาคม 2558

แม้ว่าแบรนด์ “มีสไตล์” จะเกิดในตลาดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่คนที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังกล่าวอย่าง “สมบัติ แสงรัฐกาญจนสิน” เป็นผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี เริ่มต้นจากธุรกิจโรงน้ำแข็ง และข้ามไลน์มาลุยธุรกิจอสังหาฯ แต่ด้วยสไตล์ดั้งเดิมในอดีตจึงไม่เน้นสร้างแบรนด์มากนัก

แม้ว่าแบรนด์ “มีสไตล์” จะเกิดในตลาดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่คนที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังกล่าวอย่าง “สมบัติ แสงรัฐกาญจนสิน” เป็นผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี เริ่มต้นจากธุรกิจโรงน้ำแข็ง และข้ามไลน์มาลุยธุรกิจอสังหาฯ แต่ด้วยสไตล์ดั้งเดิมในอดีตจึงไม่เน้นสร้างแบรนด์มากนัก

ที่ผ่านมาได้พัฒนาโครงการที่คนย่านรัชดาฯ คุ้นเคยอย่าง “รัชดา ซิตี้” ซึ่งถือเป็นคอนโดมิเนียม 8 ชั้น ที่มีหลายอาคารที่พัฒนาต่อเนื่อง และอีกหลายโครงการร่วมทุนกับผู้ประกอบการอีกหลายราย เช่น โครงการทรู ทองหล่อ โครงการเดอะ สเตชั่น ย่านบางรัก ฯลฯ

ขณะที่ปัจจุบันมือเก๋าอสังหาฯ แห่งกลุ่มมีสไตล์เริ่มทยอยส่งไม้ต่อให้กับเจนสอง คือ “ภัทรานิษฐ์แสงรัฐกาญจนสิน” บุตรสาวคนโตของครอบครัวจากทั้งหมด 5 คน พร้อมกับเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ “มีสไตล์”

ภัทรานิษฐ์ เล่าว่า คุณพ่อเริ่มมาทำอสังหาฯ ประมาณปี 2538-2539 ตอนนั้นอายุประมาณ 12 ปี อยู่มัธยมต้น เวลาไปโครงการคุณพ่อก็จะพาไปด้วย เหมือนเห็นมาตั้งแต่เด็ก ทำให้รู้สึกว่าชอบที่จะทำธุรกิจอสังหาฯ พอเรียนจบตอนช่วงปี 2551 คุณพ่อให้เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ 5 วันแล้วก็กลับมาทำงาน

“จริงๆ คุณพ่อทำหลายอย่างมาก ตั้งแต่สมัยก่อนวิกฤตปี 2540 ทั้งคอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง ทำอพาร์ตเมนต์ ทาวน์เฮาส์ โฮมออฟฟิศ จนประมาณปี 2553 ก็เริ่มมาพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์มีสไตล์ เวลาที่คุณพ่อจะไปคุยงาน ก็จะพาไปด้วย ทำให้มีโอกาสได้ฟังแนวคิดของผู้ใหญ่ต่อเนื่อง”

หลังจากเรียนจบแล้วต้องเข้ามาช่วยงานคุณพ่อ ก็เริ่มเข้ามาเป็นผู้จัดการทั่วไปในส่วนของโรงแรมมีสไตล์ ย่านห้วยขวาง จำนวนห้องพัก 80 ห้อง อัตราค่าเข้าพักประมาณ 1,200-1,700 บาท/คืน ทำให้มีโอกาสได้ดูแลงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด บุคลากร บริการลูกค้า โดยโรงแรมถือเป็นธุรกิจใหม่ของครอบครัว เน้นจับกลุ่มต่างชาติ ทั้งจีนและฝรั่ง มีทั้งแบ็กแพ็กและครอบครัว ซึ่งย่านรัชดาฯ อยู่ในช่วงที่กำลังเติบโต เริ่มมีห้าง มีนักท่องเที่ยว มีโรงแรม

ทั้งนี้ การกลับมาพัฒนาคอนโดมิเนียมอีกครั้งของตระกูลแสงรัฐกาญจนสิน พร้อมกับปั้นแบรนด์อย่างจริงจังราวปี 2556 โดยจะเน้นคอนโดมิเนียมที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบ เริ่มด้วยจี สไตล์ เน้นโทนสีเขียว จำนวน 190 ยูนิต มียอดขายแล้ว 90% ตอนนี้กำลังทยอยโอน

ต่อมาช่วงต้นปี 2557 ก็ได้พัฒนาแบรนด์จีทู จำนวน 63 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายไปแล้ว 55% ซึ่งจะแล้วเสร็จใกล้เคียงกัน กลางปี 2556 ก็มีโครงการใหม่ แอล สไตล์ เน้นตึกสีม่วง จำนวน 167 ยูนิต มี ยอดขาย 60% อยู่ระหว่างก่อสร้าง

ทายาทมีสไตล์ กล่าวว่า ระหว่างทางที่พัฒนาโครงการในเครือ ก็มีไปร่วมทุนกับหุ้นส่วนอื่นๆ ที่ย่านบางนาด้วย จนล่าสุดเพิ่งเปิดตัวโครงการบริกซ์ ย่านจรัญสนิทวงศ์ ใกล้สถานีสิรินธร ก็ปิดการขายได้เร็วเพราะทำเลดี

ผลตอบรับที่ดีจากหลายโครงการ ทำให้หลังจากนี้จะเริ่มมองการสร้างแบรนด์จริงจัง โดยในมุมมองของการทำตลาดยุคใหม่ การสร้างแบรนด์เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันการมีสื่อออนไลน์ ช่วยให้แบรนด์ใหม่ๆ ถ้าทำโปรดักต์ที่ดีมีโอกาสแจ้งเกิดได้

ภัทรานิษฐ์ กล่าวว่า การเข้ามาทำงานในฐานะทายาทเจนที่สอง ก็ถือว่ากดดัน แต่คุณพ่อสร้างพื้นฐานมาดีมาก และพอเข้ามาช่วยสานต่อก็ถือว่าโตแบบก้าวกระโดด จะมีความต่างในการทำงาน วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ ซึ่งต้องพิสูจน์ตัวเองให้กับพนักงานผู้ใหญ่ยอมรับ โดยประสบการณ์ในบางเรื่องที่อาจจะอ่อนไป ก็ต้องอาศัยคนรุ่นเก๋าให้คำแนะนำ เพราะธุรกิจอสังหาฯ มีเรื่องที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น งานก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ เรื่องของกฎหมาย การขออนุญาต ทำให้ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง

สำหรับเรื่องดูที่ดินก็ต้องเรียนรู้ให้มากขึ้น เพราะหัวใจสำคัญของ อสังหาฯ คือ ที่ดิน ส่วนนี้ต้องพยายามเรียนรู้จากคุณพ่อ ซึ่งเวลาคุณพ่อดูที่ดิน ก็จะดูทั้งตอนกลางวันและกลางคืน หรือบางแปลงที่คุณพ่อดูเอง คุณพ่อก็จะมาอธิบายว่าทำไมถึงเลือกที่ตรงนี้ เพราะอะไร เพื่อให้มีโอกาสเรียนรู้วิธีคิดในการเลือกที่ดิน เพราะนับจากนี้กลุ่มมีสไตล์ต้องการเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยปีละ 10% ซึ่งที่ดินเป็นวัตถุดิบหลักสำคัญ

กลยุทธ์ด้านทำเล อาจไม่จำเป็นต้องใกล้รถไฟฟ้า แต่อาจจะใกล้ห้าง ใกล้แหล่งงาน ใกล้ชุมชนเดิม ส่วนการลงทุนในอสังหาฯ จะเน้นทั้งอสังหาฯ เพื่อการเช่าและการขาย ตั้งเป้าให้พอร์ตการลงทุน เป็นอสังหาฯ ที่ทำรายได้ระยะยาว 40% และอสังหาฯ เพื่อขาย 60% ภายใต้แบรนด์ที่แข็งแรงขึ้นทั้งเพื่อคนท้องถิ่นและคนต่างถิ่นที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในแต่ละย่านที่เข้าไปพัฒนา

มีสไตล์ในยุคของเจนสอง จะเป็นยุคขยายการเติบโต หลังจากที่เจนหนึ่งได้สร้างพื้นฐานด้านธุรกิจอสังหาฯ ที่มั่นคงมาในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งโจทย์สำคัญต่อจากนี้ นั่นคือการพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ยอมรับของตลาด จนเมื่อวันหนึ่งที่องค์กรเติบโตในระดับที่พร้อมจะขยายตัวมากขึ้น ก็มองการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

ยุคนี้นอกจากทำเลที่ดีแล้ว หากต้นทุนทางการเงินดี ก็มีผลให้ภาพรวมต้นทุนการพัฒนาโครงการดีขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

บางจาก นำร่อง "Fry to Fly" น้ำมันครัวใช้แล้ว 2 ลิตรแลกน้ำมันรถ 1 ลิตร