
SMEs กับกลยุทธ์
ปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องของ “กลยุทธ์” ก็คือ “ไมเคิล อี พอร์เตอร์” แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จากหนังสือชื่อดังเรื่อง “ความสามารถในการแข่งขัน” (Competitive Strategy) ที่เขียนมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยเน้นว่าในยุคที่มีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเข้มข้นและรุนแรงเช่นทุกวันนี้ ธุรกิจอุตสาหกรรมจะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและหมาะสมเท่านั้น
ปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องของ “กลยุทธ์” ก็คือ “ไมเคิล อี พอร์เตอร์” แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด จากหนังสือชื่อดังเรื่อง “ความสามารถในการแข่งขัน” (Competitive Strategy) ที่เขียนมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยเน้นว่าในยุคที่มีการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเข้มข้นและรุนแรงเช่นทุกวันนี้ ธุรกิจอุตสาหกรรมจะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและหมาะสมเท่านั้น
แต่เดิมนั้นคำว่า “กลยุทธ์” นี้ มีจุดเริ่มต้นและถูกนำไปใช้บ่อยครั้งที่สุดทางด้านการทหารและการทำสงครามในชื่อของ “ยุทธวิธี” ซึ่งหมายถึง “วิถีทางหรือแนวทางที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อจัดสรรและวางตำแหน่งกำลังทรัพยากรทางทหารในสนามรบด้วยจุดมุ่งหมายแห่งการพิชิตศัตรู”
การกำหนดกลยุทธ์สู่ชัยชนะจะต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจอย่างถ่องแท้ใน “ยุทธภูมิ” แห่งการต่อสู้ศึกสงคราม และจะต้องมีการประเมินฐานะหรือกำลัง รวมทั้งข้อได้เปรียบและเสียเปรียบทั้งฝ่ายศัตรูและฝ่ายตนเองด้วย
ยุทธภูมิที่ดีก็คือ ประเภทของธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูง ดังนั้นการตัดสินใจเลือกยุทธภูมิที่ดีที่จะเข้าไปทำธุรกิจและต่อสู้แข่งขัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งของการทำธุรกิจ
แต่ยุทธภูมิที่ดีแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นหลักประกันว่า บริษัทจะประสบความสำเร็จ เพราะยังขึ้นอยู่กับประเภทของกลยุทธ์ที่จะเลือกใช้ในการเอาชนะคู่แข่งขันด้วย
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้กำหนดกลยุทธ์นั้นจะต้องมีความรู้จริงในภาพรวมของธุรกิจอุตสาหกรรมที่ตนทำอยู่ และจะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงบริษัทคู่แข่งไม่ว่าในด้านกลยุทธ์ ฐานกำลัง จุดอ่อนและจุดแข็งที่มีอยู่ ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงฐานกำลังของตนเองด้วย ดังที่ “ซุนวู” ปราชญ์จีนด้านกลยุทธ์ศึกสงครามได้กล่าวไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็จะชนะทั้งร้อยครั้ง”
ในระดับประเทศแล้วความหมายของ “กลยุทธ์” ก็คือ วิถีทางหรือแนวทางที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการระดมและจัดสรรการใช้ทรัพยากรของประเทศในอันที่จะช่วยให้บรรลุถึงซึ่งเป้าหมายทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น ความหมายของ “กลยุทธ์” ไม่ว่าจะทางด้านการทหาร การเศรษฐกิจ หรือด้านการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม จึงเกี่ยวข้องกับการกำหนดแนวทางปฏิบัติ หรือวิธีดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
กลยุทธ์จึงประกอบไปด้วยปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
(1) เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะบรรลุถึง (สำหรับภาคเอกชนก็คือ กำไรของกิจการ ส่วนภาคราชการก็คือ การอยู่ดีกินดีของประชาชน)
(2) การกำหนดแนวทางหรือวิธีทำในทางปฏิบัติซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถบรรลุซึ่งเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้
ความสามารถของผู้บริหารในการวิเคราะห์และวินิจฉัยอย่างเป็นระบบและมีหลักเกณฑ์ จะทำให้ผู้บริหารสามารถกำหนด “กลยุทธ์” ขององค์กรได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น ด้วยการตอบคำถามเบื้องต้นต่อไปนี้ให้ได้ อาทิ สภาพการแข่งขันของกิจการ (ประเภทเดียวกับกิจการของเรา) เป็นอย่างไรบ้าง ปัจจัยใดที่เป็นตัวทำให้เกิดการแข่งขัน กิจการของเราจะมีโอกาสมากน้อยเพียงใดในตลาด อุตสาหกรรมที่เราอยู่จะเป็นเช่นไรในอนาคต คู่แข่งมีการเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง กลยุทธ์ใดที่เราควรจะเลือกดำเนินการเพื่อความอยู่รอดและการเติบโตต่อไปในอนาคต เป็นต้น
ทุกวันนี้กลยุทธ์ทำให้เราสามารถลดความสิ้นเปลืองต่างๆ ทั้งด้านทรัพยากร เวลา และแรงงาน ครับผม!







