
ขายข้าวขาดทุนยับ6.5หมื่นล.
เคาะประมูลข้าวสต๊อกรัฐรอบ 7 ให้เอกชน 4 ราย ขาดทุนตันละ 1.4 หมื่น
เคาะประมูลข้าวสต๊อกรัฐรอบ 7 ให้เอกชน 4 ราย ขาดทุนตันละ 1.4 หมื่น
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมการค้าต่างประเทศถึงผลการเปิดประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาล ครั้งที่ 7/2558 ปริมาณ 4.45 แสนตัน ว่ามีผู้เสนอราคาสูงสุด 12 ราย แต่ปรากฏว่าสามารถอนุมัติขายออกไปได้เพียงแค่ 4 ราย ปริมาณรวม 1.12 แสนตัน คิดเป็น 25.36% ของปริมาณที่เปิดประมูล มูลค่าประมาณ 1,057 ล้านบาท เนื่องจากมีการเสนอราคาต่ำกว่าราคาขั้นต่ำที่กำหนดไว้ (ฟลอร์ แวลู) และจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาอนุมัติขายต่อไป
“การประมูลข้าวในรอบนี้ ไม่ได้ประกาศราคาฟลอร์ แวลู ออกมา เพราะจะเป็นการชี้นำตลาด แต่ได้กำหนดราคาไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา ซึ่งก็มีผู้เสนอราคามาไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แม้ว่าจะเสนอราคาสูงหรือใกล้เคียงกับรอบที่แล้ว แต่เนื่องจากราคาข้าวในตลาดปรับตัวสูงขึ้น จากข่าวอินโดนีเซียซื้อข้าวไทย 5 แสนตัน เวียดนาม 1 ล้านตัน ทำให้ราคาขายรอบนี้สูงกว่าที่ผ่านมา” น.ส.ชุติมา กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การอนุมัติขายข้าวสต๊อกรัฐบาล 1 แสนตัน ให้กับเอกชน 4 ราย ในรอบนี้ คาดว่ารัฐบาลจะขาดทุนตันละ 1.4 หมื่นบาท เมื่อคิดจากราคาต้นทุนข้าวสารในโครงการรับจำนำข้าวตันละ 2.4 หมื่นบาท เพราะสามารถขายได้ในราคาเฉลี่ยเพียงตันละ 1 หมื่นบาท รวมแล้วจะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากรวมการประมูลข้าวทั้งหมด 11 ครั้งของรัฐบาลชุดนี้ที่อนุมัติขายไปแล้ว 4.66 ล้านตัน ได้เงินมาทั้งสิ้น 5.06 หมื่นล้านบาท จะพบว่าขาดทุนแล้วทั้งสิ้น 6.52 หมื่นล้านบาท
น.ส.ชุติมา กล่าวถึงการตรวจสอบข้าวเกรดซี ที่ นบข.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดทีมตรวจสอบโกดังข้าวทั่วประเทศว่ามีสภาพข้าวเป็นอย่างไรนั้น ขณะนี้สามารถตรวจสอบโกดังข้าวได้มากกว่าครึ่ง หากตรวจสอบได้ครบในวันที่ 20 ต.ค.นี้ จะเสนอต่อที่ประชุม นบข.ในวันที่ 26 ต.ค. เพื่อพิจารณาว่าจะขายแบบเหมาคลังให้กับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างไรบ้าง
ด้านแหล่งข่าวจากพ่อค้าข้าว ตั้งข้อสังเกตว่า การประมูลขายข้าวแก่ 4 ราย ในรอบนี้ กระทรวงพาณิชย์ใช้หลักเกณฑ์ใดในการอนุมัติขาย เพราะเอกชนส่วนใหญ่เสนอราคาซื้อไม่ต่ำกว่ารอบที่แล้ว บางโกดังเสนอราคาสูงกว่าด้วยซ้ำไป
ขณะที่ การเปิดระบายข้าวเกรดซีนั้น รัฐควรจะเปิดให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมประมูล ไม่ใช่แค่ภาคอุตสาหกรรมกลุ่มเดียว เพราะหากเปิดระบายให้อุตสาหกรรมเอทานอล จะขายข้าวได้ราคาต่ำ เนื่องจากอุตสาหกรรมเอทานอลมีศักยภาพจำกัดในการรองรับข้าวเกรดซีที่มีปริมาณมากถึง 4.6 ล้านตัน จึงอาจจะมีการคัดแยกข้าวที่มีสภาพดี มาวนขายในตลาดข้าวปกติได้







