
WORLDกำไรกระฉูด
WORLD เร่งปั๊มกำไรอสังหาฯ ไตรมาสแรกโกย 122 ล้านบาท ลุ้นกลับมาซื้อขายปี 2559
WORLD เร่งปั๊มกำไรอสังหาฯ ไตรมาสแรกโกย 122 ล้านบาท ลุ้นกลับมาซื้อขายปี 2559
นายจิรศักดิ์ จิยะจันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น (WORLD) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2559 สิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. 2558 มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 94 ล้านบาท
เนื่องจากในช่วงไตรมาสแรกปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 334.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 167.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.98% โดยไตรมาสนี้มีรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสัง หาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 131.88 ล้านบาท จากการลงทุนในธุรกิจนี้ ซึ่งมีการโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดจึงมีรายได้เข้ามาในไตรมาสนี้เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ รายได้จากการเรียนการสอนจากธุรกิจการศึกษาเพิ่มขึ้น 33.10 ล้านบาท คิดเป็น 20.66% ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทที่มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาทุกๆ ปี ในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ บริหารธุรกิจ และบริหารการศึกษา เนื่องจากอัตรานิสิตมีจำนวนมากขึ้น
“กำไรจากธุรกิจการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกไตรมาสอย่างต่ำ 20% ไม่ได้มาจากการปรับค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งไม่ได้ปรับขึ้นมา 2 ปีแล้ว แต่มาจากจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ไตรมาส จากอดีต
รับศึกษาใหม่ไม่มากและยังเป็นไตรมาสแรกที่ WORLD มีการรับรู้รายได้จากการโอนห้องชุดคอนโดโครงการ “ดิเอ็มเมอร์รัลฯ หาดป่าตอง ภูเก็ต”
ขณะที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวม 212.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 125.60 ล้านบาท คิดเป็น 144.20% เกิดจากต้นทุนขายจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจำนวน 83.49 ล้านบาท
บริษัทมีการตั้งประมาณการหนี้สูญในไตรมาสนี้จำนวน 5.53 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน มีการกลับรายการตั้งค่าเผื่อฯ เนื่องจากสมมติฐานที่ใช้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางลดลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้นจำนวน 31.92 ล้านบาท
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า โครงการอสังหาฯ ที่ WORLD เข้าไปลงทุนคือ “โครงการดิเอ็มเมอร์รัล เทอร์เรซ คอนโด ป่าตอง มูลค่า 720 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรก มีมูลค่า 500 ล้านบาท ขณะนี้มียอดจองกว่า 75% ซึ่งรับรู้รายได้ในไตรมาสแรก ปี 2559 ไปแล้ว 131.88 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2558 นี้
สำหรับเฟส 2 มีมูลค่า 200 กว่าล้านบาท ขณะนี้มียอดจองกว่า 40% คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน WORLD อยู่ระหว่างการเปิดตัวโครงการอสังหาฯ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพิ่ม โดยเน้นทำเลที่มีศักยภาพซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต
นายจิรศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทได้ยื่นคุณสมบัติโดยให้เกณฑ์การศึกษาต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของตลาด ซึ่งตามเกณฑ์ต้องมีกำไรสุทธิติดต่อกัน 4 ไตรมาส มั่นใจว่า WORLD อยู่ในเกณฑ์นี้และอยู่ในเกณฑ์การพิจารณาของตลาดที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีนับจากวันยื่น เพื่อมิให้บริษัทกลับมามีปัญหาอีก จึงต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ มั่นใจคุณสมบัติของบริษัทตามเกณฑ์นี้คาดหวังภายในปี 2559 สามารถกลับมาซื้อขายได้ตามปกติ
ด้าน นายชวลิต สาลีผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริง (SGF) แจ้งมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2558 วันที่ 14 ต.ค. 2558 ว่า ผู้ถือหุ้นมีมติเสียงข้างมากอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 2,367.19 ล้านบาท และให้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 9,468.79 ล้านหุ้น ให้บุคคลเฉพาะเจาะจง (PP) รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) จาก 1 บาท เป็น 0.25 บาท รวมทุนจดทะเบียน 6,550 ล้านบาท
สำหรับหุ้น PP เสนอขายนักลงทุนรายใหญ่จำนวน 21 ราย ราคาเสนอขาย 0.095 บาท ราคาพาร์ 0.25 บาท โดยนักลงทุนรายใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรอันดับ 1 คือ นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล (เสี่ยปู่) จำนวน 2,000 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 7.63% หลังเพิ่มทุนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 มูลค่าเงินลงทุนของเสี่ยปู่ 190 ล้านบาท
อันดับ 2 นายวิวัฒน์ วิฑูรย์เธียร ได้รับการจัดสรร 1,776 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 6.78% มูลค่าเงินลงทุน 168.72 ล้านบาท
อันดับ 3 นายภากร มกรานนท์ ได้รับการจัดสรรหุ้น 1,388.78 ล้านหุ้น หรือ 5.30% หลังเพิ่มทุนมูลค่าเงินลงทุน 131.93 ล้านบาท และอันดับ 4 นายไชยกร บุญลพ จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.05% มูลค่าเงินลงทุน 76 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง เป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการแก้ไขฐานะกิจการและรอตลาดหลักทรัพย์ฯ อนุมัติให้กลับมาซื้อขายในปี 2559 เช่นเดียวกับ WORLD







