
การรักษาคนเก่งในองค์กร
คนในองค์กรที่มีอิทธิพลกับการรักษาคนที่มีความสามารถในองค์กรคงหนีไม่พ้นหัวหน้างาน แต่ทำไมเรากลับพบว่าคนเก่งๆ ในองค์กรถึงลาออก แต่คนที่เป็น Deadwood กลับอยู่ได้ยาวนาน ทั้งที่ความเป็นจริงองค์กรควรต้องรักษาคนเก่งและสนับสนุนให้คนเหล่านี้ก้าวหน้าไปพร้อมกับองค์กรที่เจริญเติบโต
คนในองค์กรที่มีอิทธิพลกับการรักษาคนที่มีความสามารถในองค์กรคงหนีไม่พ้นหัวหน้างาน แต่ทำไมเรากลับพบว่าคนเก่งๆ ในองค์กรถึงลาออก แต่คนที่เป็น Deadwood กลับอยู่ได้ยาวนาน ทั้งที่ความเป็นจริงองค์กรควรต้องรักษาคนเก่งและสนับสนุนให้คนเหล่านี้ก้าวหน้าไปพร้อมกับองค์กรที่เจริญเติบโต
ระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ลาออกไป ในส่วนของความก้าวหน้าของการทำงาน อนาคตในการทำงานขององค์กร แผนการพัฒนาพนักงานที่ไม่ชัดเจน หลายๆ องค์กรพนักงานไม่เคยรับรู้เกี่ยวกับ Career path, Development plan, Succession plan ของตนเลย สำหรับพนักงานที่มีศักยภาพ มีผลงานแล้ว ลึกๆ แล้วเขาย่อมคาดหวังว่าจะสามารถแสดงศักยภาพได้มากขึ้น และก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้นตามผลงานที่เขาทำให้กับองค์กร และองค์กรควรตระหนักว่าคนกลุ่มนี้คือกลุ่มคนที่มีทางเลือก ดังนั้น การที่กลุ่มนี้จะออกจากองค์กรไปที่อื่นๆ หรือแม้กระทั่งไปอยู่กับคู่แข่งไม่ใช่เรื่องยาก
สาเหตุส่วนใหญ่ที่กลุ่มคนเหล่านี้ลาออกกลับพบว่าเป็นเพราะหัวหน้างาน เพราะบางองค์กรมีการวางระบบ HR ที่ดี แต่ระบบก็ถูกควบคุมโดยคน เช่น ถึงแม้จะมีระบบการประเมินผลงานที่ชัดเจน แต่สุดท้ายก็ยังขึ้นอยู่กับคนที่ให้คะแนนหรือคนที่นำเสนอ ดังนั้นการกำหนด KPI ให้วัดผลได้อย่างชัดเจน เป็นตัวเลขเชิงปริมาณที่วัดได้โดยตรงจากผลงาน เช่น ยอดขาย เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การประเมินผลงานเป็นไปได้อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมมากขึ้น
นอกจากการประเมินผลแล้วการทำงานในชีวิตประจำวันที่ต้องเจอกันทุกวัน วิธีการปฏิบัติตัวต่อกัน การเคารพซึ่งกันและกันในการทำงาน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความผูกพันระหว่างหัวหน้างานและลูกน้อง โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถ ความคิดเห็นของเขาควรจะได้รับการรับฟังจากหัวหน้างาน การสนับสนุน หรือการให้ Constructive Feedback เป็นสิ่งที่กลุ่มคนเหล่านี้คาดหวังเพื่อปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น แต่องค์กรที่ประสบปัญหากับการลาออกของคนที่มีความสามารถส่วนใหญ่พบว่า ระดับหัวหน้างานหรือผู้บริหารเป็นกลุ่มคนที่อาวุโสมากๆ ประสบความสำเร็จมาในอดีตด้วยแนวทางของตัวเอง และเชื่อว่าวิธีการในอดีตถูกต้อง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะติดกับดักของตนเองในอดีต ไม่เปิดรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง ไม่เปิดใจมองในมุมมองอื่นที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความสามารถถอดใจและย้ายไปอยู่ในที่ที่เขาได้รับการยอมรับ
หรือในทางตรงกันข้าม หัวหน้าที่ไม่เปิดใจยอมรับ หรือสนับสนุนพนักงานที่มีผลงานดี คือกลุ่มหัวหน้าที่รู้สึกไม่ปลอดภัย (Insecure) กลัวเสียความสำคัญ กลัวเสียตำแหน่ง กลัวเสียงาน โดยกลุ่มคนเหล่านี้จะเลือกการเพิกเฉย หรืออาจถึงขั้นกดคนอื่นลงต่ำ ทำให้ลูกน้องสูญเสียความมั่นใจจนกลายเป็นคนที่ไม่สามารถทำผลงานได้ดีหรือทำให้เขาลาออก
เมื่อองค์กร หรือ HR มองเห็นปัญหาเหล่านี้แล้ว ทำอย่างไรที่จะทำให้กลุ่มหัวหน้าเหล่านี้เปลี่ยนทัศนคติได้ หรือแม้กระทั่งตัวหัวหน้าเองเมื่อเข้าใจถึงสาเหตุแล้ว ต้องเปลี่ยนมุมมองว่ากลุ่มลูกน้องที่มีความสามารถเหล่านี้ คือมือที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของหัวหน้า ทำให้ผลงานของทีมที่ตนบริหารประสบความสำเร็จ ทำผลงานให้ดีๆ ยิ่งขึ้นไป และการที่หัวหน้าสนับสนุนการเติบโตของลูกน้อง ก็ทำให้ในอนาคตแม้จะไม่ได้ทำงานภายใต้การดูแลของเราแล้ว เขาเหล่านั้นก็จะกลับมาสนับสนุนการทำงานของเรา ซึ่งหากหัวหน้าและองค์กรมองเห็นภาพรวมแล้ว จะทำให้ทั้งองค์กรและทั้งตนเองเติบโตไปพร้อมกับบุคลากรที่มีคุณภาพ
แค่มองพลิกเพียงนิดเดียวก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้







