
ขายของ
ตั้งแต่มาทำงานที่โพสต์ทูเดย์ ผมมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีครบถ้วน มีโอกาสเดินชมตลาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเดินของทั้ง 4 ประเทศ เช่น ตลาดสก๊อตในกรุงย่างกุ้ง ตลาดเบ๋นถั่นและตลาดกลางคืนในโฮจิมินห์ ซิตี้
ตั้งแต่มาทำงานที่โพสต์ทูเดย์ ผมมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีครบถ้วน มีโอกาสเดินชมตลาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเดินของทั้ง 4 ประเทศ เช่น ตลาดสก๊อตในกรุงย่างกุ้ง ตลาดเบ๋นถั่นและตลาดกลางคืนในโฮจิมินห์ ซิตี้
หากให้จัดลำดับ “ความพยายามในการขายของ” ผมยกให้เวียดนามอันดับ 1 เมียนมาอันดับ 2 ลาวอันดับ 3 และกัมพูชาอันดับ 4
ผมเคยเล่าไปครั้งหนึ่งแล้วเกี่ยวกับ “ฮาร์ดเซลส์” ของคนเวียดนาม ในฉบับวันพุธที่ 20 พ.ย. 2556 พ่อค้าแม่ขายชาวเวียดนามพยายามฝึกพูดหลายภาษา ตั้งแต่ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย บาฮาซาอินโดนีเซีย แม้จะพูดผิดหลักไวยากรณ์ไปบ้าง แต่ก็ฟังรู้เรื่อง เขากล้าตื๊อลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินผ่านไปผ่านมาชนิด “ถึงเนื้อถึงตัว”
หลายครั้งความพยายามฮาร์ดเซลส์ของชาวเวียดนามอาจชวนให้คนเดินไปเดินมาตกใจ แต่ขณะเดียวกันต้องยอมรับนับถือน้ำใจคนเหล่านี้ว่า “พยายามมาก”
สำหรับตลาดล่าสุด เพิ่งได้ไปเดินมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเดินทางกลับจากการเข้าร่วมสัมมนา “โลจิสติกส์พลิกโฉมกัมพูชา” จัดโดยหนังสือพิมพ์เครือโพสต์ พับลิชชิง ร่วมกับสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา และบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) คือตลาดรัสเซีย กรุงพนมเปญ
จากการเดินวนไปวนมาหลายร้าน สิ่งที่พบคือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดไม่ได้พยายามตื๊อ พยายามรั้ง พยายามยิ้มแย้ม หรือพยายามสื่อสารกับบุคคลที่เดินผ่านไปผ่านมา เข้าใจได้ระดับหนึ่งว่าส่วนใหญ่พูดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ถึงจะเป็นเจ้าของร้านที่พูดได้ก็ไม่ได้มีความพยายามขายอย่างที่ควรจะเป็น
นั่นหมายความว่า แม้คนที่นี่จะเจอชาวต่างชาติเป็นประจำ แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองควรจะพูดเรื่องที่จำเป็น เช่น ราคาและชื่อสินค้าของตัวเองเป็นภาษาอื่นให้ได้ รวมถึงไม่คิดว่าตัวเองจำเป็นต้องเข้าหาลูกค้า เพื่อให้ขายสินค้าได้ พูดให้ชัดๆ คือยังต้องฝึกเรื่อง “Service Mind”
ผมเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะนำไปสู่ความท้าทายของธุรกิจบริการที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในกัมพูชาอย่างยิ่ง หากต้องจ้างคนท้องถิ่นทำงาน โดยที่ระดับ “ความพยายามบริการ” ยังไม่สูง โอกาสจะทำให้ลูกค้าประทับใจก็ยากเหลือเกิน
อันที่จริงปัญหานี้มีการพูดถึงแล้วเช่นกันในกัมพูชา นโยบายกัมพูชานับจากนี้ จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาทักษะของทรัพยากรมนุษย์
อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจจะรอภาครัฐกัมพูชามาแก้เห็นจะไม่ทันการณ์ครับ ถ้าท่านคิดจะลงทุนในกัมพูชาละก็ เตรียมแผนฝึกคนเข้าไปเองด้วยดีกว่าครับ







