
ทุนซิลิคอนวัลเลย์บุกอาเซียน
ทุนยักษ์ซิลิคอนฯ มองโอกาสร่วมทุนสตาร์ทอัพอาเซียน แนะรายย่อยไทยเร่งขยายธุรกิจ
ทุนยักษ์ซิลิคอนฯ มองโอกาสร่วมทุนสตาร์ทอัพอาเซียน แนะรายย่อยไทยเร่งขยายธุรกิจ
นายนิโคลัส เอล บาซี พันธมิตรธุรกิจทั่วไป พาร์เทค เวนเจอร์ (Partech Venture) กลุ่มทุนจากซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา เบอร์ลิน และปารีส เปิดเผยว่า ขณะนี้พาร์เทคมีแนวทางขยายการทำธุรกิจในรูปแบบร่วมทุนกับผู้เริ่มธุรกิจ (สตาร์ทอัพ) ท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในทุกกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตและมีความน่าสนใจในการลงทุน ยกเว้นในกลุ่มธุรกิจพลังงานและที่เกี่ยวข้องกับเภสัชกรรม
ทั้งนี้ พาร์เทคมองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจในผู้ประกอบการใหม่ๆ ตามแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ที่มีอัตราเติบโตรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมี 3 รูปแบบ (โมเดล) ที่เป็นข้อผูกพันในการร่วมเป็นพันธมิตรกับสตาร์ทอัพท้องถิ่นแต่ละรายดังนี้ คือ ซีด เม็ดเงินลงทุนระยะแรก เวนเจอร์ กองทุนร่วมทุน และโกรธ ให้เงินลงทุนกิจการที่มีอนาคตหรือกำลังเติบโต
“แนวทางการทำธุรกิจที่บริษัทให้ความสนใจ คือ ด้านนวัตกรรมซึ่งเป็นเทรนด์ระดับโลก และเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางเล็กที่กำลังเริ่มต้น ซึ่งหากมีพื้นฐานที่ดีในด้านนี้ก็จะสามารถเติบโตเป็นกิจการขนาดใหญ่ได้” นายนิโคลัส กล่าว
ขณะที่บริษัทจะวางรูปแบบการทำงานที่หลากหลายร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ ตั้งแต่ระดับบ่มเพาะธุรกิจ ประสานการทำงานร่วมกัน (โค-เวิร์กกิ้ง) พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การทำธุรกิจต่างๆ เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน ที่นอกจากจะสามารถทำตลาดได้แต่ละประเทศของตัวเองแล้ว ยังมีโอกาสขยายไปสู่การทำตลาดในระดับภูมิภาคอาเซียนหรือโลกได้เช่นกัน
สำหรับการเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้ พบว่ามีความน่าสนใจหลายด้าน อาทิ จำนวนประชากรอาเซียนกว่า 600 ล้านคน การเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่รวดเร็วในบางประเทศ ความพร้อมด้านเทคโนโลยี และอัตราการออมของผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของธุรกิจใหม่ๆ
ขณะที่การเข้ามาร่วมลงทุนในตลาดประเทศไทยนั้น เห็นว่ามีหลายปัจจัยบวก อาทิ ความเป็นอยู่อาศัยที่ดีเลิศ ทำเลที่ตั้งของประเทศ โครงสร้างการแข่งขันด้านราคา ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และอื่นๆ โดยในปี 2557 พาร์เทคได้ปิดการเจรจาเข้าร่วมทุนที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1-10 ล้านเหรียญสหรัฐ จำนวน 20 ราย และในปี 2558 คาดจะสามารถเจรจาร่วมทุนในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท้องถิ่นประเทศต่างๆ ได้สำเร็จราว 40 ราย







