
ล้มคำสั่งอุตฯตั้งโรงงานน้ำตาล
ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงอุตฯ ให้ตั้งโรงงานน้ำตาลห่างไม่ถึง 80 กม.ได้
ศาลปกครองสูงสุดสั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงอุตฯ ให้ตั้งโรงงานน้ำตาลห่างไม่ถึง 80 กม.ได้
คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ในคดีที่สมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา สภาเกษตรกรจังหวัดสระแก้ว กับพวกรวม 735 คน ยื่นฟ้องกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และบริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี โดยมีคำสั่งให้โรงงานน้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลีย้ายโรงงานไปตั้งที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้ แม้ว่าจะตั้งห่างกันไม่ถึง 80 กิโลเมตร (กม.) ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศไว้ก็ตาม
ทั้งนี้ ศาลสั่งให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาคำขอย้ายที่ตั้งโรงงานน้ำตาลของบริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงงานให้แล้วเสร็จ และแจ้งให้บริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลี ทราบภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อตัวแทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ในนามสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพารวม 735 คน ยื่นฟ้องเมื่อปี 2556 เพราะบริษัท น้ำตาลนิวกว้างสุ้นหลียื่นเรื่องต่อกระทรวงอุตสาหกรรมขอย้ายฐานการผลิตจาก อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ไปยัง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เมื่อปี 2550 และแจกจ่ายท่อนพันธุ์ให้เกษตรกรนำไปปลูก เพื่อจะได้ส่งอ้อยให้กับโรงงานได้ทันการผลิต แต่การตั้งโรงงานมีปัญหา เพราะสำนักงานชลประทานแจ้งว่ามีน้ำดิบไม่เพียงพอ จึงแนะนำให้ย้ายไปตั้งที่ อ.วัฒนานคร
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยื่นเรื่องขออนุญาตย้ายการจัดตั้งโรงงานจาก อ.ตาพระยา ไป อ.วัฒนานคร กระทรวงอุตสาหกรรมกลับแจ้งว่าที่ อ.วัฒนานคร มีโรงงานผลิตน้ำตาลรายหนึ่งตั้งอยู่แล้ว และขัดหลักเกณฑ์การตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลใหม่ว่า ต้องห่างจากโรงงานเดิมไม่ต่ำกว่า 80 กม.เพื่อป้องกันการแย่งวัตถุดิบ
ดังนั้น เมื่อไม่มีการจัดตั้งโรงงานใหม่ตามสัญญา เกษตรกรที่รับท่อนพันธุ์อ้อยมาปลูกจึงได้รับความเดือดร้อน ผลผลิตล้นตลาด โรงงานน้ำตาลที่มีอยู่เพียง 1 แห่ง ใน จ.สระแก้ว เดิม ไม่สามารถรองรับผลิตได้ ชาวไร่อ้อยขาดทุนมายาวนานกว่า 5 ปี
ขณะเดียวกัน หลักเกณฑ์ของกระทรวงอุตสาหกรรมมีความเหลื่อมล้ำ เพราะอนุญาตให้บริษัทเอกชนรายหนึ่งไปตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลเพิ่มที่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ซึ่งห่างจากโรงงานผลิตน้ำตาลเดิมใน อ.วัฒนานคร เพียง 45 กม.ได้ และพบว่ายังมีการอนุญาตให้ตั้งโรงงานใน จ.เลย และกำแพงเพชรด้วย คำสั่งศาลปกครองสูงสุดจึงเป็นการล้างประกาศดังกล่าว







