posttoday
ไตรมาส 3 น่าจับตา กลุ่มธนาคารมากที่สุด

ไตรมาส 3 น่าจับตา กลุ่มธนาคารมากที่สุด

13 ตุลาคม 2558

หุ้นกลุ่มธนาคารสร้างความผิดหวังและสร้างผลขาดทุนให้นักลงทุนมากที่สุดในปีนี้ จะเห็นว่าตั้งแต่ประมาณต้นเดือน ก.พ. จนถึงต้น ต.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีกลุ่มธนาคารปรับลงไปถึง 29% ร่วงแรงที่สุด ตามด้วยกลุ่มมีเดีย (-25%) กลุ่มเกษตร (-24%) และกลุ่มพลังงาน (-21%) ในขณะที่ SET Index ปรับลง 15% การเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย หรือ NPL เป็นสิ่งที่ตลาดกังวลมาก เพราะหมายถึงการตั้งสำรองเพื่อรองรับหนี้ที่ด้อยคุณภาพลง (ค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ซึ่งย่อมกดดันกำไรและเงินกองทุน ไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นไตรมาสที่น่าจับตาที่สุด และเป็นไตรมาสที่คาดการณ์ยากที่สุด เพราะมีประเด็นหนี้ของ SSI ซึ่งยากต่อการคาดการณ์เรื่องการตั้งสำรองฯ

หุ้นกลุ่มธนาคารสร้างความผิดหวังและสร้างผลขาดทุนให้นักลงทุนมากที่สุดในปีนี้ จะเห็นว่าตั้งแต่ประมาณต้นเดือน ก.พ. จนถึงต้น ต.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีกลุ่มธนาคารปรับลงไปถึง 29% ร่วงแรงที่สุด ตามด้วยกลุ่มมีเดีย (-25%) กลุ่มเกษตร (-24%) และกลุ่มพลังงาน (-21%) ในขณะที่ SET Index ปรับลง 15% การเพิ่มขึ้นของหนี้เสีย หรือ NPL เป็นสิ่งที่ตลาดกังวลมาก เพราะหมายถึงการตั้งสำรองเพื่อรองรับหนี้ที่ด้อยคุณภาพลง (ค่าใช้จ่ายเพิ่ม) ซึ่งย่อมกดดันกำไรและเงินกองทุน ไตรมาส 3 ของปีนี้เป็นไตรมาสที่น่าจับตาที่สุด และเป็นไตรมาสที่คาดการณ์ยากที่สุด เพราะมีประเด็นหนี้ของ SSI ซึ่งยากต่อการคาดการณ์เรื่องการตั้งสำรองฯ

สำหรับ TISCO ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อให้กลุ่ม SSI ได้ประกาศผลประกอบการแล้ว การตั้งสำรองฯ หนี้ SSI เป็นไปตามคาด และเริ่มเห็นการชะลอการปรับขึ้นของ NPL ในลูกค้าอื่นของธนาคาร ซึ่งถือว่าดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า NPL ของธนาคารอื่นจะเป็นเช่นเดียวกับ TISCO การซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารยังน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว แต่การปรับขึ้นในระยะสั้นยังไม่มีเสถียรภาพนัก ไม่ต้องรีบร้อนซื้อหุ้น

กำไรของ TISCO ใน 3Q15 ดีกว่าคาด

TISCO รายงานกำไรสุทธิ 809.8 ล้านบาท ใน 3Q15 ลดลง 19% Q-Q และ 26% Y-Y ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ของเราและในตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ เพราะมีรายการอื่นมาหักล้าง คือรายได้จากดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่สูงและการลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในส่วนอื่นเป็นไปตามคาด คือตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญของ SSI ทั้งจำนวนคือ 3,200 ล้านบาท และตัดจำหน่ายออกจากบัญชีแล้ว ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วน NPL เพิ่มขึ้นเป็น 3.30% จาก 2.86% ในไตรมาสก่อน

สิ่งที่ทำให้เราสบายใจขึ้นบ้างคือ NPL ในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อ (ไม่รวม SSI) ปรับลดลง สำหรับ Coverage ratio ปรับลงเหลือ 74% จาก 107% ในไตรมาสก่อนตามการเพิ่มขึ้นของ NPL แต่ผู้บริหารไม่มีนโยบายสำรองเพิ่มเพื่อให้กลับไปสู่ระดับสูงเท่าเดิม  ดังนั้น แรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองในระยะถัดไปจึงต่ำลง 

คงประมาณการกำไรของ TISCO

นักวิเคราะห์ของเราคงประมาณการกำไรปี 2558 ที่ 3,800 ล้านบาท ลดลง 10.5% Y-Y โดยกำไรในงวด 9 เดือนแรกคิดเป็น 79% ของประมาณการกำไรทั้งปี เราคิดว่า TISCO จะเริ่มกลับมามีกำไรเป็นปกติตั้งแต่ในไตรมาสแรกของปีหน้าเป็นต้นไป (ส่วนแนวโน้มกำไรในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้น่าจะยังมีการตั้งสำรองฯ ในระดับสูงอยู่) ความน่าสนใจของ TISCO คือเงินปันผล แม้ภาระจากการตั้งสำรองหนี้ SSI จะกระทบกำไร แต่เชื่อว่า TISCO จะจ่ายเงินปันผลได้เท่ากับปีก่อน คือ 2 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.5% (จ่ายปีละครั้ง) เพราะเงินกองทุนไม่กระทบมากนัก ถือว่าซื้อสะสมได้ ราคาตามปัจจัยพื้นฐานในปีหน้าประเมินได้ 42.70 บาท

แต่ยังต้องจับตา NPL ของธนาคารอื่นด้วย

กำไรที่ดีกว่าคาดของ TISCO ไม่ใช่เครื่องชี้ว่า SCB และ KTB (ร่วมปล่อยสินเชื่อให้กลุ่ม SSI) จะดีกว่าคาดด้วย เพราะทั้ง SCB และ KTB มีมูลหนี้ธนาคารละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท สำหรับ SCB นั้น ธนาคารยังไม่ตัดสินใจว่าจะ Write-off สินเชื่อ SSI UK ออกจากบัญชีหรือไม่ เพราะต้องพิจารณาข้อดีข้อเสียด้านภาษีและกฎหมายก่อน เราเห็นว่าการ Write-off หนี้ของ SSI ทั้งก้อนจะทำให้คุณภาพหนี้ดูดีกว่า แม้จะทำให้ NPL เพิ่มขึ้นจาก 2.2% ในไตรมาสก่อนเป็น 2.7% และ Coverage ratio จะลดลงมาอยู่ที่ 111% จาก 134% ใน 2Q15 ก็ตาม เราคาดกำไรใน 3Q15 ของ SCB ลดลง 25% Q-Q และ 26% Y-Y ทำให้กำไรทั้งปีนี้น่าจะหดตัว 10% Y-Y และปีหน้าขยายตัว 5% Y-Y เราประเมินราคาตามปัจจัยพื้นฐานของ SCB ในปีหน้าประเมินได้ 166 บาท

สำหรับ KTB มีแนวโน้มว่าจะถูกกระทบจากกรณี SSI มากที่สุด คาด NPL เพิ่มขึ้นถึง 1% และ Coverage ratio น่าจะอยู่ที่ 115% จาก 130% ในไตรมาสก่อน เราประเมินราคาตามพื้นฐานของในปีหน้าประเมินได้ 19.40 บาท

4Q15 ยังไม่น่าจะฟื้น KBANK ทางเลือกที่ดีที่สุด

เราไม่คาดหวังถึงการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q15 เพราะเป็นไตรมาสที่มีค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงตามฤดูกาล และคาดว่าธนาคารจะใช้โอกาสปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ย่ำแย่อยู่แล้วในการตั้งสำรองก้อนใหญ่ส่งท้ายปี การลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารอยู่บนความคาดหวังของเศรษฐกิจในปี 2559 บนความเสี่ยงและความหวังดังกล่าว KBANK เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในกลุ่มตอนนี้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี