
แนวโน้มดัชนีเช้าปรับลงเล็กน้อย
วิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวกรอบแคบ ๆ ลุ้นแบงก์-อสังหาฯ ช่วยหนุนตลาด
วิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวกรอบแคบ ๆ ลุ้นแบงก์-อสังหาฯ ช่วยหนุนตลาด
นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ บล.เคจีไอ จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในวันนี้อาจปรับตัวลดลง แต่เป็นระดับที่ไม่แรงมาก เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบหลังจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย.ขยับขึ้นเพียง 0.1% บ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังอ่อนแอ ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าอาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นไปอย่างล่าช้า ประเด็นดังกล่าวจะส่งผลในเชิงจิตวิทยาในเชิงลบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แต่ประเด็นปัญหาน้ำมันรั่วของ BP ที่ลดลงอาจทำให้ตลาดไม่ลงแรง
แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มแบงก์ที่งบไตรมาส 2/53 จะเริ่มทยอยประกาศออกมาให้เห็นในช่วงนี้อาจทำให้ตลาดฯปรับตัวไม่แรง เพราะได้รับกลุ่มแบงก์ช่วยพยุงไว้ ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นกลุ่มที่น่าสนใจและโดดเด่นเพราะดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นไม่ได้กระทบเชิงลบมากนัก เนื่องจากยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ยอดขายของผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในครึ่งปีหลังก็มีทิทางที่ดีจากการกลับมาของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อบ้าน เชื่อแนวโน้มผลประกอบการทั้งปีจะดีขึ้น ถือเป็นการลดทอนผลกระทบจากกลุ่มพลังงานที่ปรับลดลง โดยให้แนวรับที่ 815 จุดลดลง 825 จุด
"การที่ดอกเบี้ยปรับขึ้นตอนนี้ไม่ได้มากถือว่าสะท้อนเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ไม่กระทบต่อผู้ซื้อจนเกินไปแต่คงจะเห็นลงทุนเป็นรายตัวและเล่นตามกระแสข่าวมากกว่า เพราะตอนนี้นักลงทุนวนหุ้นเล่น ตัวใหญ่แทบจะไม่ขึ้นเลย ดังนั้นควรเลือกเล่นหุ้นที่พื้นฐานดี"นายรักพงศ์ กล่าว
ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส คาดว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คงผันผวนในกรอบแคบๆ ในลักษณะการประคองตัว เพราะยังไม่มีปัจจัยใหม่สนับสนุน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปก็เป็นเรื่องที่รู้กันแล้ว ส่วนราคาน้ำมันก็อยู่ในระดับที่ทรงตัว
“ที่เมื่อคืนเฟดประกาศข้อมูลภาคการผลิตที่ออกมาไม่ค่อยดี นั้นก็ถือว่าตามระดับ สุดท้ายดาวโจนส์ก็ขยับลงเล็กน้อยลบแค่ 7”นายเทิดศักดิ์ กล่าว
ส่วนปัจจัยในประเทศก็ให้รอติดตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการชี้มูลความผิดในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง ขอความร่วมมือให้ผู้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 รายส่งเอสเอ็มเอสถึงประชาชนจำนวน 17.2 ล้านหมายเลข โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมให้แนวรับที่ 810 แนวต้านที่ 825-827







