posttoday
หุ้นกลุ่ม Big Cap  เป้าหมายหลักต่างชาติกลับมาซื้อ

หุ้นกลุ่ม Big Cap เป้าหมายหลักต่างชาติกลับมาซื้อ

12 ตุลาคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ฟื้นตัวขึ้นมาแรงกว่า 4.5% ตามการกลับมาของกระแสเงินทุน นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตราสารทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 6-8 ต.ค. 2558 กว่า 4,000 ล้านบาท อันเป็นภาพต่อจากการเข้าซื้อในตราสารอนุพันธ์ SET50 Futures ในช่วงวันที่ 29 ก.ย.-8 ต.ค. 2558 ด้วยยอดสะสมสูงถึง 6.2 หมื่นสัญญา (ในทางสถิติการเข้าซื้อในตราสารอนุพันธ์ด้วยยอดสะสมจำนวนเกินกว่า 2 หมื่นสัญญา จะมีความสัมพันธ์กับการเข้าซื้อในตราสารทุนในอีก 5-10 ปีถัดไป) นอกจากการซื้อในตราสารทุนและอนุพันธ์แล้ว นักลงทุนต่างประเทศยังเข้าซื้อในตราสารหนี้ระหว่างวันที่ 6-8 ต.ค. 2558 กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท 

สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ฟื้นตัวขึ้นมาแรงกว่า 4.5% ตามการกลับมาของกระแสเงินทุน นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตราสารทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 6-8 ต.ค. 2558 กว่า 4,000 ล้านบาท อันเป็นภาพต่อจากการเข้าซื้อในตราสารอนุพันธ์ SET50 Futures ในช่วงวันที่ 29 ก.ย.-8 ต.ค. 2558 ด้วยยอดสะสมสูงถึง 6.2 หมื่นสัญญา (ในทางสถิติการเข้าซื้อในตราสารอนุพันธ์ด้วยยอดสะสมจำนวนเกินกว่า 2 หมื่นสัญญา จะมีความสัมพันธ์กับการเข้าซื้อในตราสารทุนในอีก 5-10 ปีถัดไป) นอกจากการซื้อในตราสารทุนและอนุพันธ์แล้ว นักลงทุนต่างประเทศยังเข้าซื้อในตราสารหนี้ระหว่างวันที่ 6-8 ต.ค. 2558 กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท 

ภาพของการไหลเข้าของเงินทุนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในประเทศ แต่เกิดขึ้นกับทั้งภูมิภาค นักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อทั้งในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมไปถึงการเข้าซื้อในโซน Northeast Asia ส่งผลให้สกุลเงินในภูมิภาคล้วนปรับแข็งค่าขึ้นเฉลี่ยกว่า 2.5% ตรงข้ามกับการอ่อนค่าของเหรียญสหรัฐ ซึ่งถูกขายทำกำไรหลังจากที่ตลาดผ่อนคลายต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

กระแสเงินกำลังเริ่มเปลี่ยนรูปจากเหรียญสหรัฐ เพื่อเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ซึ่งทำให้ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ น้ำมัน หรือแม้แต่กระทั่งน้ำตาลล้วนปรับเพิ่มขึ้นอย่างแรง ประเมินว่ากระแสเงินที่กำลังเปลี่ยนรูปเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ยังมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้อีก

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กระแสเงินไหลกลับรอบนี้น่าจะมาจากตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐที่รายงานเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2558 แล้วออกมาแย่กว่าที่คาดหมายไว้มาก โดยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. 2558 เพิ่มเพียง 1.42 แสนตำแหน่ง (น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่ม 2.01 แสนตำแหน่ง) ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ 5.1% พร้อมกับปรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือน ส.ค. ลงเหลือ 1.36 แสนตำแหน่ง จากเดิมที่ 1.73 แสนตำแหน่ง

ตัวเลขภาคแรงงานที่ย่ำแย่เป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดมีความคาดหวังว่า เฟดจะต้องกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และอาจตัดสินใจเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นปีหน้า โดยการคำนวณความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือน ต.ค. หรือเดือน ธ.ค. ผ่าน Fed Fund Futures ได้ค่าออกมาล่าสุดเหลือ 10% (ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ต.ค.) และ 32.4% (ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค.) ลดลงจากช่วงก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานที่ 16% และ 35% ตามลำดับ

ฝ่ายวิจัยประเมินการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนต่างประเทศน่าจะมีเป้าหมายหลักในหุ้นกลุ่ม Big Cap ที่ปรับลงหนักในช่วงก่อนหน้าจนมี Valuation ที่น่าสนใจอย่าง พลังงาน ปิโตรเคมี ธนาคาร โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นที่ถูก Short Sell ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2558 น่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนใจเป็นพิเศษ และมีโอกาสสูงที่จะเกิดแรงซื้อคืน (Cover Short) โดยหุ้นที่ถูก Short Sell มากที่สุด 20 อันดับแรกในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2558 จะประกอบไปด้วย PTT KBANK AOT KTB SCC PTTEP TRUE ADVANC PTTGC CPF SCB IRPC BBL JAS ITD DTAC CPALL BH INTUCH IVL ซึ่งฝ่ายวิจัยเลือกตัวเด่นเป็น PTT PTTEP PTTGC SCB และ AOT

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ