
อาวุธในการรบกับปัญหา SME ข้อมูลต้องถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัยพร้อมใช้งาน
บทความในวันนี้ของผมเกิดจากการได้อ่านข้อมูลการประเมินภาวะเศรษฐกิจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในปี 2558 โดยมีการผนวกภาพที่จะเกิดในช่วงปลายปีนี้ ต่อด้วยการมองภาพออกไปในปี 2559 เอกสารแม้ว่าจะมีจำนวนมากเป็นร้อยหน้าแต่ทุกหน้าล้วนน่าสนใจ เพราะมันกลั่นมาจากข้อมูลมากมาย จนมาเป็นเอกสารการนำเสนอเพียงหนึ่งหน้าแบบอ่านแล้วเข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดจากอะไร ประเด็นอยู่ตรงไหน และเราจะไปยังไงกันต่อดี
บทความในวันนี้ของผมเกิดจากการได้อ่านข้อมูลการประเมินภาวะเศรษฐกิจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในปี 2558 โดยมีการผนวกภาพที่จะเกิดในช่วงปลายปีนี้ ต่อด้วยการมองภาพออกไปในปี 2559 เอกสารแม้ว่าจะมีจำนวนมากเป็นร้อยหน้าแต่ทุกหน้าล้วนน่าสนใจ เพราะมันกลั่นมาจากข้อมูลมากมาย จนมาเป็นเอกสารการนำเสนอเพียงหนึ่งหน้าแบบอ่านแล้วเข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดจากอะไร ประเด็นอยู่ตรงไหน และเราจะไปยังไงกันต่อดี
ในการรบทัพจับศึกนับแต่โบราณกาล ทุกยุคทุกสมัย ต่างก็ระบุว่า ข้อมูลถ้าดีจะมีชัยไปกว่าครึ่งทาง พอหันกลับมายังปัญหาที่ควรต้องคิดหาทางแก้ไข จัดการ บรรเทาผลกระทบ ลดความเสียหาย การที่ทางการจะส่งมาตรการอะไรลงไปล้วนมีความต้องการ “ให้ถูกพื้นที่ ให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย” ไม่ผิดฝาผิดตัว และแน่นอนว่าในยุคที่ปัจจุบัน ปัญหาก็เคลื่อนไหว เช่น เศรษฐกิจผันผวน ค่าเงิน ดอกเบี้ยไม่ชัดว่าไปทางไหน ขณะที่เป้าหมายก็เคลื่อนไหว เช่น SME บางกลุ่มมีความต้องการซื้อเข้ามา แต่ขาดเงินทุนไปผลิตขึ้นมาเพราะราคาวัตถุดิบสูงขึ้นมา หรือเกิดขาดแคลนทำให้ราคากระโดดไป หรือค้าขายกำลังดี เกิดระเบิดตูมหนึ่ง ลูกค้าหายวับไปทันที สิ่งที่ไม่นิ่งทำให้มาตรการที่เปรียบเหมือนอาวุธมันจะล็อกเป้าได้ยาก จึงมีโอกาสพลาดเป้าหมายสูง
ในอดีตการวางแผน วางกลยุทธ์ จะทำแบบนี้คือ กำหนดเป้าหมาย เล็งลูกค้า แล้วยิง ต่อมาก็เป็น ยิงออกไปให้มาก ไม่ต้องเล็งตรงๆ กวาดเป็นพื้นที่ ยิงให้เร็วเพราะคิดว่ามันคงต้องโดนบ้างหล่ะในพื้นที่นั้น ปัจจุบัน ยิง ยิง แล้วก็ยิง ไม่มีการเล็งแล้วซึ่งไม่รู้ว่าจะโดนหรือไม่ หรืออาจพลาดทั้งหมดเพราะการแข่งขันมันสูงมาก มัวแต่รอก็ไม่ทันการณ์
การวางแผนเศรษฐกิจก็เช่นกันจำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ยิ่งมีข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากเท่าใดก็จะเป็นประโยชน์ช่วยให้รัฐบาลไม่หลงทิศ สามารถกำหนดเป้าหมายได้ถูกต้องชัดเจนแต่เชื่อหรือไม่ว่าการวางแผนนโยบายส่งเสริม SME นั้นไม่เคยมีข้อมูลที่สมบูรณ์เลย
การกระจัดกระจายข้อมูลอยู่หลายที่หลายทางของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีการเก็บข้อมูลของ SME ประกอบด้วยแหล่งข้อมูลที่เป็นข้อมูลสาธารณะ สามารถเปิดเผยให้สาธารณชนทราบได้ และระบบข้อมูลเฉพาะที่เป็นของราชการไม่พึงเปิดเผยเนื่องจากมีข้อห้ามตามกฎหมาย เช่น
1.ข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ รายชื่อของ กรรมการ รายชื่อผู้มีอำนาจลงนาม ทุนจดทะเบียนประเภทธุรกิจของบรรดาห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำกัด
2.ข้อมูลงบการเงินของนิติบุคคลและเป็นข้อมูลที่เปิดเผย
3.ข้อมูลจากกรมสรรพากร ข้อมูลสำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีข้อมูลการจ้างแรงงาน ซึ่งไม่ได้เปิดเผยเป็นการทั่วไป
4.ข้อมูล SME ที่เป็น OTOP ของกรมพัฒนาชุมชน
5.ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
6.ข้อมูลจากการนิคมอุตสาหกรรม
7.ข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
8.ข้อมูลสถิติที่รวบรวมข้อมูล SME โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อแก่ SME
9.ข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ที่เก็บรวบรวมประวัติการจ่ายชำระหนี้ของ SME ที่อยู่ในสารบบการใช้บริการทางการเงินของสถาบันการเงิน
10.ข้อมูลของบรรดาธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ ที่ต่างก็มีข้อมูลลูกค้า SME ของตนเองทั้งเป็นหนี้ดี หรือเป็น NPL
11.ข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐที่เก็บข้อมูลสถิติของ SME ก็มีอีกหลายหน่วยงาน ตั้งแต่สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
12.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการเก็บข้อมูล SME เพื่อใช้กำหนดนโยบายการส่งเสริม SME ควรจะมีอำนาจหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ SME และสามารถใช้ข้อมูลเพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์ SME รายสาขาได้เพื่อใช้ในการบูรณาการมาตรการของทางการไม่ผิดฝาผิดตัวครับ
แม้ว่าเราจะมีข้อมูลหลายแหล่ง แต่ก็คิดว่ารวบรวมเพื่อมาคลังข้อมูล SME ยังไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะใช้ตอบโจทย์ได้ เช่น SME ต้องการเงินจริง หรือ SME ช่วยให้เกิดการจ้างงานมากแค่ไหน ปัญหาสำคัญของ SME คืออะไร แล้วอะไรคืออุปสรรคที่แท้จริงในการประกอบธุรกิจ
การมีข้อมูลครบถ้วนแต่กระจาย ต่างคนต่างเก็บ ท่านผู้อ่านก็รู้ว่ามันไม่ยั่งยืน เรามาเริ่มตรวจสอบฐานข้อมูล เน้นไปที่ข้อมูลนั้นต้องถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย พร้อมใช้งานได้เร็วทันใจ...อันนี้แหล่ะดีที่สุดและมาถูกทางแล้ว







