
หุ้นสื่อสาร-เสี่ยงสูง
....เจียรนัย อุตะมะ
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มอร์แกน สแตนเลย์ แนะนำขายทำกำไรกลุ่มสื่อสารไทยทั้งสามบริษัท คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และเปลี่ยนตัวเล่นเข้ากลุ่มสื่อสารอินโดนีเซีย คาดราคาหุ้นขึ้นรับข่าวดีการประมูลใบอนุญาต 3จี ในเดือน ก.ย.ไปแล้ว ซึ่งความเสี่ยงต่อราคาหุ้นในกลุ่มนี้ในระยะสั้นจะมาจาก
ประการแรก ความเสี่ยงจากราคาใบอนุญาตใหม่ ที่มีแต่จะแพงขึ้นไม่มีถูกลง
ประการที่สอง ความยุ่งยากในการดำเนินธุรกิจตามใบอนุญาตใหม่ อาทิ หากผู้ชนะประมูลใบอนุญาต 3จี ไม่สามารถส่งแผนการคืนคลื่นความถี่ให้กับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ก็จะไม่สามารถเปิดบริการ 3จี ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการลงทุนใน 3จี
ด้าน บล.ธนชาต มีความเห็นว่า กทช. ประนีประนอมกับภาครัฐมากขึ้น โดย 3จี เป็นประเด็นทางการเมือง และเงื่อนไข 3จี ใหม่ในข้อสนเทศ (IM) เปิดโอกาสให้มีการประมูลใบอนุญาต 3จี ในเดือน ก.ย. 2553 มากขึ้น
บล.แห่งนี้เชื่อเสมอว่ารัฐบาลนี้ต้องการให้มีการประมูลเกิดขึ้นก่อนจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปีหน้า แต่หากไม่มีการประเมินถึงประเด็นการสูญเสียรายได้ของ ทศท. (TOT) และกสท โทรคมนาคม (CAT) จะทำให้มีความเสี่ยงที่การประมูล 3จี จะไม่เกิดขึ้น
ดังนั้น เงื่อนไขใหม่ของ กทช. จึงค่อนข้างที่จะมีความประนีประนอมกับภาครัฐ โดยผู้ที่ชนะการประมูลใบอนุญาต 3จี จะต้องคืนคลื่นความถี่ 2จี ให้แก่ TOT/CAT โดยทันที หลังจากชนะการประมูลใบอนุญาต 3จี แทนการต้องยุติการให้บริการ 2จี ภายใต้สัมปทานเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของสัญญา ซึ่งหมายความว่า TOT/CAT จะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและมีอำนาจต่อรองในเรื่องการแปลงสัมปทานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถพูดได้ว่า TOT/CAT ไม่ได้สูญเสียอะไร
บล.ธนชาต ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่การประมูล 3จี จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. 2553
แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ผู้ประกอบการเอกชนยังคงมีความกังวลต่อเงื่อนไขใหม่ในเรื่องที่คณะกรรมการสภาเสนอให้ปรับเพิ่มราคาประมูลขึ้นจากเดิมอย่างมาก และจุดอ่อนหนึ่งของเงื่อนไขใหม่นี้ คือ การไม่ทำประชาพิจารณ์ในเรื่องนี้ และมีความเสี่ยงว่า กทช. อาจจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการแก้ไขประเด็นนี้ ขณะที่กรอบเวลาการประมูลในเดือน ก.ย. เริ่มกระชั้นชิดเข้ามามากแล้ว และปัจจุบันขึ้นอยู่กับว่า กทช. มีความแน่วแน่แค่ไหนกับการตัดสินใจของเขา เนื่องจากเชื่อว่าในที่สุดผู้ประกอบการทั้งสามจะเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ยังคงประเมินภายใต้กรณีพื้นฐาน 2จี
ถึงแม้ว่า บล.ธนชาต จะยังคงแนะนำหุ้นกลุ่มสื่อสารภายใต้มูลค่า 2จี แต่ยังคงให้มูลค่าหุ้นภายใต้ 3จี สมมติให้ราคาประมูลอยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท ADVANC ภายใต้ 3จี จะมีมูลค่า 109 บาท/หุ้น เทียบ 91 บาท ภายใต้ 2จี ขณะที่ DTAC อยู่ที่ 54 บาท เทียบ 44.50 บาท และ TRUE 3.7 บาท เทียบ 2.5 บาท (ยังไม่ได้รวมความเสี่ยงซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการคืนคลื่นความถี่ 2จี ให้แก่ TOT และ CAT)
ทั้งนี้ DTAC ยังคงเป็นหุ้นที่ บล. แห่งนี้แนะนำให้เลือกลงทุนสูงสุด เนื่องจากมีกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งกว่า ADVANC มีมูลค่าถูกกว่าและมีความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ต่ำกว่า โดย DTAC จะรายงานกำไรงวดไตรมาส 2 ปี 2553 ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ 2,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 25532554 ของ DTAC ขึ้น 13% เพื่อสะท้อนการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น และยอดขาย Smart Phone ที่สูงขึ้น ราคาเป้าหมายใหม่ของเราสำหรับ DTAC อยู่ที่ 44.50 บาท ภายใต้ 2จี (เพิ่มจาก 39 บาท)







