posttoday
หุ้นสื่อสาร-เสี่ยงสูง

หุ้นสื่อสาร-เสี่ยงสูง

16 กรกฎาคม 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มอร์แกน สแตนเลย์ แนะนำขายทำกำไรกลุ่มสื่อสารไทยทั้งสามบริษัท คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และเปลี่ยนตัวเล่นเข้ากลุ่มสื่อสารอินโดนีเซีย คาดราคาหุ้นขึ้นรับข่าวดีการประมูลใบอนุญาต 3จี ในเดือน ก.ย.ไปแล้ว ซึ่งความเสี่ยงต่อราคาหุ้นในกลุ่มนี้ในระยะสั้นจะมาจาก

ประการแรก ความเสี่ยงจากราคาใบอนุญาตใหม่ ที่มีแต่จะแพงขึ้นไม่มีถูกลง

ประการที่สอง ความยุ่งยากในการดำเนินธุรกิจตามใบอนุญาตใหม่ อาทิ หากผู้ชนะประมูลใบอนุญาต 3จี ไม่สามารถส่งแผนการคืนคลื่นความถี่ให้กับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ก็จะไม่สามารถเปิดบริการ 3จี ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการลงทุนใน 3จี

ด้าน บล.ธนชาต มีความเห็นว่า กทช. ประนีประนอมกับภาครัฐมากขึ้น โดย 3จี เป็นประเด็นทางการเมือง และเงื่อนไข 3จี ใหม่ในข้อสนเทศ (IM) เปิดโอกาสให้มีการประมูลใบอนุญาต 3จี ในเดือน ก.ย. 2553 มากขึ้น

บล.แห่งนี้เชื่อเสมอว่ารัฐบาลนี้ต้องการให้มีการประมูลเกิดขึ้นก่อนจะมีการเลือกตั้งใหม่ในปีหน้า แต่หากไม่มีการประเมินถึงประเด็นการสูญเสียรายได้ของ ทศท. (TOT) และกสท โทรคมนาคม (CAT) จะทำให้มีความเสี่ยงที่การประมูล 3จี จะไม่เกิดขึ้น

ดังนั้น เงื่อนไขใหม่ของ กทช. จึงค่อนข้างที่จะมีความประนีประนอมกับภาครัฐ โดยผู้ที่ชนะการประมูลใบอนุญาต 3จี จะต้องคืนคลื่นความถี่ 2จี ให้แก่ TOT/CAT โดยทันที หลังจากชนะการประมูลใบอนุญาต 3จี แทนการต้องยุติการให้บริการ 2จี ภายใต้สัมปทานเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของสัญญา ซึ่งหมายความว่า TOT/CAT จะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและมีอำนาจต่อรองในเรื่องการแปลงสัมปทานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถพูดได้ว่า TOT/CAT ไม่ได้สูญเสียอะไร

บล.ธนชาต ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่การประมูล 3จี จะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. 2553

แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ผู้ประกอบการเอกชนยังคงมีความกังวลต่อเงื่อนไขใหม่ในเรื่องที่คณะกรรมการสภาเสนอให้ปรับเพิ่มราคาประมูลขึ้นจากเดิมอย่างมาก และจุดอ่อนหนึ่งของเงื่อนไขใหม่นี้ คือ การไม่ทำประชาพิจารณ์ในเรื่องนี้ และมีความเสี่ยงว่า กทช. อาจจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการแก้ไขประเด็นนี้ ขณะที่กรอบเวลาการประมูลในเดือน ก.ย. เริ่มกระชั้นชิดเข้ามามากแล้ว และปัจจุบันขึ้นอยู่กับว่า กทช. มีความแน่วแน่แค่ไหนกับการตัดสินใจของเขา เนื่องจากเชื่อว่าในที่สุดผู้ประกอบการทั้งสามจะเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ยังคงประเมินภายใต้กรณีพื้นฐาน 2จี

ถึงแม้ว่า บล.ธนชาต จะยังคงแนะนำหุ้นกลุ่มสื่อสารภายใต้มูลค่า 2จี แต่ยังคงให้มูลค่าหุ้นภายใต้ 3จี สมมติให้ราคาประมูลอยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท ADVANC ภายใต้ 3จี จะมีมูลค่า 109 บาท/หุ้น เทียบ 91 บาท ภายใต้ 2จี ขณะที่ DTAC อยู่ที่ 54 บาท เทียบ 44.50 บาท และ TRUE 3.7 บาท เทียบ 2.5 บาท (ยังไม่ได้รวมความเสี่ยงซึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการคืนคลื่นความถี่ 2จี ให้แก่ TOT และ CAT)

ทั้งนี้ DTAC ยังคงเป็นหุ้นที่ บล. แห่งนี้แนะนำให้เลือกลงทุนสูงสุด เนื่องจากมีกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งกว่า ADVANC มีมูลค่าถูกกว่าและมีความเสี่ยงด้านกฎหมายที่ต่ำกว่า โดย DTAC จะรายงานกำไรงวดไตรมาส 2 ปี 2553 ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ 2,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 25532554 ของ DTAC ขึ้น 13% เพื่อสะท้อนการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น และยอดขาย Smart Phone ที่สูงขึ้น ราคาเป้าหมายใหม่ของเราสำหรับ DTAC อยู่ที่ 44.50 บาท ภายใต้ 2จี (เพิ่มจาก 39 บาท)

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก