
‘ไม่บ้า ก็ไม่ Success’ ก่อนสำเร็จต้องฝ่าฟัน
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
“ถ้า ไม่บ้า ก็ไม่ Success”
คำกล่าวถึงเคล็ดลับบริหารงานที่สั้น เข้าใจง่าย ตรงประเด็น ของ “พรเทพ พรประภา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการ ที่นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1952 หรือ พ.ศ. 2495 ได้เริ่มดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย เป็นต้นมา
จนกระทั่งได้รับการขนานนามให้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกของการทำธุรกิจในอุตสาหกรรมดังกล่าวนี้ โดยดำเนินธุรกิจมาถึงปัจจุบัน และมีการต่อยอดเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ (เทียร์ 1) รวมถึงขยายวงกว้างสู่อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องต่างๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ยังมองว่าธุรกิจด้านสุขภาพและโรงพยาบาล ยังมีทิศทางที่ดีในการลงทุน ซึ่งคาดว่ายังคงเป็นจุดแข็งของประเทศไทยที่ยังต้องรักษาไว้ ก่อนที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนดังเช่นในอุตสาหกรรมอื่นๆ
“เราต้องมีจังหวะในการทำธุรกิจ จังหวะในการพูดการฟัง ช่วงไหนควรจะหยุดพูดและรับฟัง หรือช่วงไหนควรจะเอ่ยปากพูด ให้สมควรแก่เหตุและเวลา”
ตัวอย่างเช่น ย้อนอดีตไปหลายสิบปี เกิดปิ๊งไอเดียโปรเจกต์หนึ่ง ที่เมื่อนำไปเสนอใครหรือจะไปขอสนับสนุนเงินกู้เงินทุนจากใคร ก็ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งต้องหาแนวร่วมผู้ที่มีความคิดทางเดียวกัน และสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จไปด้วยดี
“คนบ้า” ในที่นี้ หมายถึงคนที่มีความคิดที่แตกต่าง มองเห็นสิ่งใหม่อยู่เสมอ มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ที่มีช่องทางประสบความสำเร็จได้ด้วยมุมคิดทางบวก
ถามถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในเวลานี้ ตอบตรงเลยว่า ยังยากที่จะพูดคุยคาดการณ์ เนื่องด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว มีผลกระทบในวงกว้าง แต่สำหรับบริษัทเองยังคงเติบโตไปได้เรื่อยๆ อยู่ทุกวัน ซึ่งก็มีบ้างบางธุรกิจที่ชะลอตัวลงนั้น ก็ถือเป็นเรื่องปกติตามสถานการณ์ไม่มีอะไรน่ากังวล
นอกจากนั้น สำหรับการเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น บุคลากรที่มีคุณภาพและมีความสามารถทางด้านภาษา เป็นปัจจัยหนึ่งที่ให้ความสำคัญอย่างมาก จึงได้สั่งการเป็นกฎข้อบังคับหนึ่งของบริษัทเลยว่า ห้ามใช้ล่ามแปลภาษาในบริษัทนี้ เพราะถ้าต้องใช้ล่ามแปลภาษา จะทำให้บุคลากรที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ไม่มีการพัฒนา
ยิ่งไปกว่านั้น หากพนักงานระดับกลาง ตั้งแต่ผู้จัดการขึ้นไป คนไหนไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้จะไม่มีการโปรโมทเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้ เพราะมองเห็นว่าไม่ใช่เพียงความรู้ความสามารถในการทำงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่จำเป็น แต่ยังต้องหมายรวมถึงภาษาการสื่อสาร เพราะจะต้องนำไปใช้ติดต่อกับคู่ค้า บริษัทพันธมิตร ซัพพลายเออร์ต่างๆ
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2530 ที่บริษัทมีแนวคิดในการให้ความสำคัญด้านการศึกษา จึงได้บริจาคมอบที่ดินจำนวน 565 ไร่ ให้แก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ภายใต้ชื่อ “วิทยาลัยนวัตกรรมอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษา การวิจัย บริการด้านวิชาการแก่สังคมในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับวิทยาลัยแห่งนี้ ประกอบด้วย ศูนย์บริการทางวิชาการ ศูนย์วิจัยและพัฒนา ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง และศูนย์ฝึกอบรมสัมมนาระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพทรัพยากรของประเทศในสาขาที่ขาดแคลนและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการถ่ายทอดความรู้
ต่อมาปี 2556 กลุ่มสยามกลการ ธนาคารกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือในโครงการ Auto TU เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์ภาคภาษาอังกฤษ โดยใช้งบประมาณก่อสร้างรวมกว่า 100 ล้านบาท แบ่งเป็น ก่อสร้างอาคารปฏิบัติการ โดยกลุ่มสยามกลการ มูลค่า 68 ล้านบาท และก่อสร้างหอพักนักศึกษา โดยธนาคารกรุงเทพ มูลค่า 30 ล้านบาท และอื่นๆ อีกราว 10 ล้านบาท โดยได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆ นี้
การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านวิศวกรรมยานยนต์ ให้มีความพร้อมรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีการพัฒนานวัตกรรมการผลิตที่สำคัญของอาเซียนและระดับโลก







