posttoday
เส้นทางรุ่นใหม่ ‘เจมาร์ท’ เรียนรู้การเงินปูพื้นฐานเพื่อโต

เส้นทางรุ่นใหม่ ‘เจมาร์ท’ เรียนรู้การเงินปูพื้นฐานเพื่อโต

09 ตุลาคม 2558

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจนั้นอาจต้องล้มลุกคลุกคลานและบาดเจ็บอยู่หลายหน กว่าจะตั้งไข่ให้ธุรกิจโตได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน แต่การเป็นผู้สานต่อธุรกิจก็ใช่ว่าจะง่าย เพราะต้องเผชิญความท้าทายและกดดันในการนำพาธุรกิจที่รุ่นก่อนหน้าเริ่มต้นไว้อย่างดี ให้เดินต่อไปได้ยาวไกล

เอกชัย สุขุมวิทยา กรรมการบริหาร เลขานุการ ผู้อำนวยการสายงานฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท ในเครือเจมาร์ท เปิดเผยว่า ในช่วงที่เรียนจบเป็นช่วงที่ต้องเลือกว่าจะออกไปทำงานหาประสบการณ์กับบริษัทอื่นก่อน หรือเลือกมาช่วยงานบริษัทที่คุณพ่อ (อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา) สร้างมา ซึ่งก็ตัดสินใจเลือกช่วยงานบริษัทคุณพ่อ เพราะเป็นช่วงที่บริษัทกำลังเติบโตรวดเร็ว การได้มาเรียนรู้ธุรกิจในช่วงเวลานั้นก็จะทำให้ได้ประสบการณ์อย่างมาก

“รุ่นที่ 2 ทุกคนก็คงฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตัวเราเองก็สามารถทำได้ ไม่ได้รับไม้ต่อจากพ่อแม่อย่างเดียว ตัวผมเองก็อยากพิสูจน์ตัวเอง อยากมีธุรกิจของตัวเองเช่นกัน แต่เนื่องจากกลุ่มบริษัท เจ มาร์ท กำลังขยายตัวเร็วมาก จึงคิดว่าควรมาช่วยงานครอบครัวก่อน” เอกชัย กล่าว

ช่วงแรกที่เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจ คุณพ่อให้ดูแลงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท เจมาร์ท ทำให้ได้เรียนรู้รายละเอียดธุรกิจในเครือเจ มาร์ท ว่าแต่ละบริษัททำอะไรบ้าง มีโครงสร้างธุรกิจเป็นอย่างไร เนื่องจากต้องนำรายละเอียดไปใช้ในการพบปะและตอบคำถามนักวิเคราะห์ นักลงทุน

จากนั้นได้ย้ายไปดูโครงการร้านจำหน่ายอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์เคลื่อนที่ (แกดเจ็ต แอนด์ แอกเซสซอรี่) และล่าสุดได้มาเรียนรู้งานเจเอเอส แอสเซ็ท ทำหน้าที่ในฝ่ายการเงิน เพราะมองว่าการเรียนรู้พื้นฐานธุรกิจที่ดี ต้องเริ่มจากการเงินก่อน และเจเอเอส แอสเซ็ท เป็นธุรกิจบริหารพื้นที่เช่า โครงสร้างธุรกิจไม่ซับซ้อนมากเท่าเจ มาร์ท ที่มีเรื่องการบริหารคลังสินค้า จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดี

เอกชัย กล่าวว่า ได้เรียนรู้งานในเจเอเอส แอสเซ็ท รวม 1 ปีแล้ว โครงสร้างธุรกิจของบริษัทมี 3 ส่วนหลัก คือ 1.บริหารพื้นที่เช่าไอทีจังก์ชั่น ในศูนย์การค้าต่างๆ 2.เจ มาร์เก็ต ตลาดชุมชน และ 3.เดอะ แจส คอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งในช่วงแรกที่เข้ามาเรียนรู้ ก็จะให้น้ำหนักไปที่คอมมูนิตี้มอลล์ เพราะเป็นกลุ่มที่ลงทุนสูง

ปัจจุบัน เดอะ แจส คอมมูนิตี้มอลล์ มี 2 สาขาแล้ว คือ สาขาวังหิน และสาขารามอินทรา ลงทุนสาขาละกว่า 500 ล้านบาท จะทำหน้าที่วิเคราะห์ว่าจะทำกำไรในคอมมูนิตี้มอลล์แต่ละสาขาได้อย่างไร มองวิธีหารายได้ เช่น การขายโฆษณา การวางสัดส่วนปล่อยเช่าพื้นที่

ขณะที่ขอบเขตการทำงานในเวลานี้จะดูแลภาพรวมทั้ง 3 ธุรกิจ ซึ่งความท้าทายหลักของธุรกิจนี้ก็คือ สภาพเศรษฐกิจ ในช่วงสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ผู้เช่าต้องเผชิญกับปัญหากำลังซื้อชะลอตัว ยอดขายไม่ดี ก็จะมีการต่อรองราคาค่าเช่า ดังนั้นอาจต้องลดราคาให้ผู้เช่า ในส่วนของบริษัทก็ต้องไปต่อรองราคากับเจ้าของพื้นที่อีกทอดหนึ่ง บางครั้งบริษัทอาจต้องเสียรายได้ไปบ้างเพื่อให้ผู้เช่าอยู่ร่วมกันไปนานๆ ซึ่งที่ผ่านมาผู้เช่ามากถึง 80% ก็ยังคงเช่าพื้นที่อยู่ด้วยกันไม่ได้ไปไหน

ทั้งนี้ มองว่าบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท มีศักยภาพที่จะขยายไปธุรกิจอื่นๆ ได้อีก เช่น อาจทำพื้นที่เช่าในรูปแบบอื่น เพราะตัวบริษัทไม่ได้จำกัดว่าต้องทำพื้นที่เช่าค้าปลีกเพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่บริษัทหามาว่ามีศักยภาพจะทำเป็นพื้นที่เช่าด้านไหน

เอกชัย กล่าวว่า คงจะเรียนรู้ในธุรกิจเจเอเอส แอสเซ็ท ระยะยาว มองหาโอกาสการขยายขอบเขตธุรกิจ ในส่วนของเจ มาร์ท ก็จะมีส่วนช่วยคุณพ่อ ในช่วงที่ตัดสินใจทำข้อตกลงต่างๆ กับพันธมิตรบ้าง โดยจะไปหาข้อมูลภาพรวมตลาด แนวโน้มธุรกิจและแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางความเป็นไปได้ของข้อตกลงธุรกิจนั้นๆ ในกรณีที่คุณพ่อสอบถาม แต่ในบางข้อตกลงคุณพ่อก็จะตัดสินใจเองทั้งหมด หากเป็นสิ่งที่ชื่นชอบและอยากทำเองอยู่แล้ว เช่น กรณีเข้าไปถือหุ้นของซิงเกอร์

“คุณพ่อสอนเสมอว่าให้สร้างฝุ่น อย่ากินฝุ่น หมายถึงเราต้องเป็นผู้นำ เพราะถ้าเราอยู่ข้างหลังคนอื่นก็จะกินฝุ่นของเขา การเป็นผู้นำคือชัยชนะอย่างหนึ่ง และในกรณีถ้าเราแข่งกับคู่แข่งไม่ได้ เราก็ไปเป็นพันธมิตรกับเขา สิ่งเหล่านี้จดจำอยู่ตลอดและนำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ที่ผ่านมาก็พยายามเสนอแนวคิดใหม่ๆ ทางธุรกิจให้บริษัทต่อเนื่อง บางแนวคิดไม่ผ่านความเห็นชอบตั้งแต่ทีมงานแล้ว หรือคุณพ่อไม่เห็นด้วย ก็จะกลับมาหาแนวคิดอื่นเสนอใหม่ เช่น แนวคิดร้านขายอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็เป็นสิ่งที่เสนอมานานแล้ว และก็เพิ่งผ่านความเห็นชอบ เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้” เอกชัย กล่าว

สำหรับการเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจและอยู่ในตำแหน่งสูงๆ ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ต้องรู้สึกกดดันบ้าง แต่เป็นความกดดันที่พยายามผลักตัวเองให้ทำให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งยอมรับว่าอาจจะทำงานผิดพลาดบ้าง ก็ถือเป็นการเรียนรู้ เป็นประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือ ต้องยอมรับว่าตัวเองยังเป็นมือใหม่ประสบการณ์น้อย ต้องเรียนรู้จากผู้ใหญ่ จากงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายมา

เอกชัย กล่าวอีกว่า ในกรณีที่เป็นผู้สืบทอดกิจการอื่นๆ และกำลังต้องเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจซึ่งมีรุ่นพ่อแม่เป็นเจ้าของกิจการและยังคงดูแลกิจการอยู่ สิ่งสำคัญที่ผู้สืบทอดกิจการต้องเตรียมตัวคือ การแสดงความคิดเห็นกับรุ่นพ่อแม่ เพราะหลายครั้งแนวคิดของเราอาจไม่ผ่านการพิจารณา ส่วนหนึ่งเพราะรุ่นพ่อแม่มองว่าสิ่งที่ทำมาดีอยู่แล้ว จะเปลี่ยนทำไม

รุ่นพ่อแม่จะมีจุดยืนของตัวเอง ดังนั้นเราจะต้องมีเหตุผลมากพอจะมานำเสนอ ต้องแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่นำเสนอเป็นโอกาสและมีศักยภาพทำได้ ซึ่งเรื่องนี้ยากที่สุด ขณะเดียวกันต้องเตรียมรับมือความกดดันจากงานให้ดี เพราะจะมีเรื่องท้าทายเข้ามาให้เผชิญเรื่อยๆ

การเป็นรุ่นสืบทอดธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจพื้นฐานของธุรกิจที่ทำอยู่ให้ลึกซึ้งที่สุด เปรียบแล้วก็เหมือนการสร้างบ้านให้มั่นคง ต้องมีเสาเข็มที่มั่นคงก่อน หากสามารถวางรากฐานได้มั่นคงแล้ว รุ่นสืบทอดธุรกิจก็คงนำพาธุรกิจที่รุ่นแรกสร้างมาให้เดินหน้าต่อไปได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน