
ค้าข้าวในลาว (ตอน1)
จากการสำรวจกลไกและวิถีการตลาดข้าวใน สปป.ลาว พบว่า ชาวนาผู้ปลูกและผลิตข้าวจะเก็บเกี่ยวผลผลิต และจะเก็บข้าวเปลือกส่วนหนึ่งไว้ทำพันธุ์และบริโภคในครัวเรือน หากเหลือก็จะจำหน่ายหรือเก็บไว้รอจำหน่าย โดยอาจจำหน่ายให้กับพ่อค้าหรือผู้รวบรวมในหมู่บ้านหรือพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอาจเป็นผู้ให้สินเชื่อการผลิตกับชาวนาด้วยก็ได้
จากการสำรวจกลไกและวิถีการตลาดข้าวใน สปป.ลาว พบว่า ชาวนาผู้ปลูกและผลิตข้าวจะเก็บเกี่ยวผลผลิต และจะเก็บข้าวเปลือกส่วนหนึ่งไว้ทำพันธุ์และบริโภคในครัวเรือน หากเหลือก็จะจำหน่ายหรือเก็บไว้รอจำหน่าย โดยอาจจำหน่ายให้กับพ่อค้าหรือผู้รวบรวมในหมู่บ้านหรือพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอาจเป็นผู้ให้สินเชื่อการผลิตกับชาวนาด้วยก็ได้
ชาวนาบางรายก็อาจขายให้โรงสีโดยตรง ซึ่งปกติโรงสีจะไม่ออกไปซื้อเอง แต่จะซื้อผ่านพ่อค้าคนกลางที่รวบรวมผลผลิตจากชาวนานำมาจำหน่าย ในกรณีที่ชาวนาเก็บข้าวเปลือกไว้บริโภคเอง เมื่อถึงเวลาที่ต้องการจะบริโภคก็จะนำข้าวมาสีกับโรงสีขนาดเล็กในหมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่จะไม่เสียค่าสี ซึ่งโรงสีจะได้ข้าวเป็นค่าตอบแทน แต่หากผู้นำข้าวมาสีต้องการรำข้าวด้วยก็ต้องเสียค่าจ้างสีตามอัตราที่โรงสีกำหนด ชาวนาลาวส่วนมากมียุ้งฉางเป็นของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม มีชาวนาบางส่วนที่ต้องซื้อข้าวมาบริโภค เนื่องจากผลิตไม่เพียงพอ ขณะที่ชาวนาอีกบางส่วน แม้จะผลิตข้าวมาได้เพียงพอ แต่ก็ได้ขายข้าวเปลือกในฤดูเก็บเกี่ยวไปหมดก่อน แล้วจึงไปซื้อข้าวสารมาบริโภคภายหลัง ซึ่งอาจเป็นเพราะมีความต้องการเงินสดมาหมุนเวียนในธุรกิจก่อน
สำหรับโรงสีข้าวมีทั้งให้บริการสีข้าว โดยส่วนใหญ่เป็นโรงสีขนาดเล็ก และสีข้าวเมื่อจำหน่ายให้พ่อค้าขายส่ง พ่อค้าขายปลีก หรือขายให้ผู้บริโภคโดยตรง โรงสีบางโรงจะมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับส่วนราชการต่างๆ เพื่อจัดเป็นสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ หรือขายให้กับโรงงานทำเบียร์สำหรับกรณีของข้าวเจ้า
นอกจากนี้ โรงสีบางโรงโดยเฉพาะที่อยู่บริเวณชายแดนก็จะมีการส่งออกข้าวด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเปลือกไปยังประเทศที่มีชายแดนติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณการส่งออกยังมีน้อยมาก โดยข้าวเปลือกที่ได้ส่วนหนึ่งเป็นการนำเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยไปส่งเสริมให้ชาวนาปลูกและรับซื้อคืน
ในส่วนของพ่อค้าท้องถิ่น เมื่อรวบรวมข้าวเปลือกได้แล้วก็มีช่องทางการจำหน่าย คือจ้างสีเป็นข้าวสารเพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง จำหน่ายให้พ่อค้าข้าวสาร หรือส่งออกข้าวเปลือกและข้าวสารโดยตรง ส่วนพ่อค้าข้าวสารซึ่งส่วนใหญ่อยู่บริเวณตลาดสดของเมืองก็จะจำหน่ายให้ผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง และบางรายจะส่งออกตามชายแดนด้วยเช่นกัน
นอกจากภาคเอกชนแล้ว ภาครัฐโดยกองทัพหรือรัฐวิสาหกิจบางแห่งจะมีโรงสีข้าวของตนเองด้วย ตัวอย่างเช่น แผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวงจำปาสัก ได้จัดตั้งโรงสีชื่อบริษัท รัฐวิสาหกิจ เสบียงอาหาร ขาออก-ขาเข้า ขึ้นในปี 2540 เพื่อบริหารจัดการสต๊อกข้าวสำหรับบริโภคภายในประเทศ และส่งออกข้าวจากสต๊อกคงเหลือไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น จีน เวียดนาม และไทย







