
แบงก์ทยอยออกหุ้นกู้ เสริมแกร่งกองทุนขั้นที่ 2
ธนาคารพาณิชย์เริ่มระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 ให้มากขึ้น เพื่อความเข็งแกร่งของธนาคารรองรับหนี้เสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ธนาคารพาณิชย์เริ่มระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 2 ให้มากขึ้น เพื่อความเข็งแกร่งของธนาคารรองรับหนี้เสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ธนาคารกสิกรไทย เป็นธนาคารแรกที่อยู่ระหว่างการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซิล 3
ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ที่เสนอขายในวงเงิน 6,500 ล้านบาท อายุ 10 ปี โดยสามารถไถ่ถอนได้ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย 3.95% ต่อปี โดยเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและลูกค้าสินทรัพย์สูง เพื่อนำไปรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนด ปัจจุบันกองทุนขั้นที่ 2 ของธนาคาร อยู่ที่ระดับ 3.4% จากอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง อยู่ที่ 17.39%
ด้าน อดิศว์ หลายชูไทย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ยืนยันว่า หุ้นกู้ชุดนี้ออกเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางธุรกิจในอนาคตของธนาคาร และเพื่อเสนอขายให้แก่ลูกค้าเดิมที่ไถ่ถอนไปเมื่อครบกำหนดในเดือน ก.ย. 2558 จำนวน 7,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ถือเป็นการจัดการวางแผนการเงินระยะยาวของธนาคาร ซึ่งมีการวางแผนล่วงหน้าอยู่แล้ว การออกหุ้นกู้ดังกล่าวส่งผลให้ CAR ของธนาคารเพิ่มขึ้น 0.4% จากปัจจุบันอยู่ที่ 17.39%
ด้าน วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารกำลังพิจารณาออกหุ้นกู้เพื่อเสริมเงินกองทุนขั้นที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่ได้ขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้แล้ว รอแค่จังหวะที่เหมาะสมก็จะดำเนินการ
ขณะที่ อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ยืนยันสั้นๆ ว่า ไม่มีแผนออกหุ้นกู้ในปีนี้
อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารไม่มีแผนจะออกหุ้นกู้เพื่อเสริมกองทุนขั้นที่ 2 เพราะเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงยังอยู่ระดับสูงกว่า 17% เป็นกองทุนขั้นที่ 1 เกือบ 12% และกองทุนขั้นที่ 2 เกือบ 6% หลังจากที่ได้ออกหุ้นกู้เพื่อเสริมเงินกองทุนขั้นที่ 2 ไปเมื่อกลางปีที่แล้ว 1.3 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะเพียงพอถึงปีหน้า ขณะที่สถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่น่าเป็นห่วง อัตราการกันสำรองเพียงพอในการดูแลคุณภาพสินทรัพย์
สำหรับเหตุผลที่ธนาคารพาณิชย์เริ่มระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้นั้น ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การออกหุ้นกู้ของภาคธนาคารในช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นการชดเชยหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนด โดยก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์ออกหุ้นกู้เพื่อเสริมเงินกองทุนขั้นที่ 2 มามาก และจะทยอยครบกำหนดตามระยะเวลา จำเป็นต้องออกหุ้นกู้ซีรี่ส์ใหม่เข้ามาปิด เพื่อรักษาเงินกองทุน เพราะโดยธรรมชาติเมื่อมีการครบกำหนดเงินกองทุนจะขยับลง
อย่างไรก็ดี เงินกองทุนของระบบธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ค่อนข้างเข้มแข็ง แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอจะมีความเสี่ยงให้เกิดเอ็นพีแอลเพิ่มสูงขึ้น แต่ภาคธนาคารมีการเฝ้าระวังและทยอยตั้งสำรองหนี้มาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งผลกระทบอาจจะทำให้กำไรและเงินกองทุนลดลงบ้าง แต่ไม่กระทบความแข็งแกร่งเพราะส่วนใหญ่เงินกองทุนค่อนข้างสูง
“การออกหุ้นกู้ของแต่ละแบงก์ มีเหตุผลที่แตกต่างกัน โดยบางธนาคารอาจได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรองหนี้ขนาดใหญ่จนกินเข้าไปในเงินกองทุนบ้าง แต่ในภาพรวมธนาคารต้องรักษาระดับเงินกองทุน ทั้งเพื่อรองรับการทำธุรกิจ เพิ่มความเข้มแข็ง และเตรียมพร้อมสำหรับเกณฑ์บาเซิล 3 ที่ทยอยขยับสัดส่วนกองทุนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 เพิ่ม” ธัญญลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีของการระดมทุนไม่ว่าจะเป็นเงินฝากหรือตราสารหนี้ เพื่อล็อกสภาพคล่องในกรณีที่ครบกำหนด เพราะปัจจุบันธนาคารดำรงสภาพคล่องไม่มากจากการปล่อยสินเชื่อที่ชะลอตัว ประกอบกับต้นทุนดอกเบี้ยไม่สูงมาก เพราะสหรัฐยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย และยังเป็นทางเลือกผู้ออมที่จะได้ผลตอบแทนที่ดี
สำหรับแนวโน้มเอ็นพีแอลในระบบสถาบันการเงินไทยนั้น อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ให้ความเห็นว่า ขณะนี้แนวโน้มหรือตัวเลขล่าสุดในไตรมาส 3 ปีนี้ยังไม่ออกมา จึงบอกอะไรได้ไม่ชัดนัก แต่ก็ยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจที่โตต่ำเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส แถมยังขาดปัจจัยบวก จนสถาบันหลายแห่งปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้และปีหน้าลง ซึ่งหน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างปรับลดอัตราการขยายตัวของจีดีพีไทยลงเกือบทุกแห่ง เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการส่งออกที่ถดถอยมากกว่าที่คาดการณ์







