posttoday
เทียบฟอร์มสิทธิประโยชน์ แข่งเพื่อนบ้านดึงทุนนอก

เทียบฟอร์มสิทธิประโยชน์ แข่งเพื่อนบ้านดึงทุนนอก

08 ตุลาคม 2558

ตอนนี้ประเทศในอาเซียนนำเสนอสิทธิประโยชน์การลงทุนของประเทศตนเองถี่และดังมากขึ้นเรื่อยๆ

โดย...ผศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช

ตอนนี้ประเทศในอาเซียนนำเสนอสิทธิประโยชน์การลงทุนของประเทศตนเองถี่และดังมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องการดึงดูดการลงทุนของต่างชาติ โดยประเทศไทยก็คึกคักไม่น้อยหน้าใครในอาเซียนเช่นกัน

ปัจจุบันรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ที่ในระยะแรกกำหนดไว้ 5 เขตใน 5 จังหวัด (จ.ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา) และระยะที่สอง 5 เขตเศรษฐกิจใน
5 จังหวัด (เชียงราย หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี และนราธิวาส)

หากผมเป็นนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีและไทย ก็ต้องการรู้ว่าประเทศไหนให้สิทธิประโยชน์การลงทุนมากกว่ากัน 

เริ่มกันที่ “กัมพูชา” ซึ่งเรียกเขตอุตสาหกรรมว่าเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ไม่ได้แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม หรือเขตส่งเสริมการส่งออกหรือเขตการลงทุนประเภทอื่นๆ

ปัจจุบันกัมพูชามีเขตเศรษฐกิจพิเศษ 25 เขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่มีเพียง 10 เขต ที่ดำเนินการจริงๆ คือที่มีโรงงานนักลงทุนต่างชาติอยู่ โดย SEZ เก่าแก่ของกัมพูชาคือ “Manhattan SEZ” ที่บริเวณชายแดนกัมพูชากับเวียดนาม ส่วน SEZ ที่มีนักลงทุนต่างชาติตั้งโรงงานอยู่มากจะอยู่บริเวณกรุงพนมเปญ

อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษจะใช้แรงงานเข้มข้น ได้แก่ เสื้อผ้าและรองเท้า และเริ่มมีอุตสาหกรรมที่เน้นเงินทุนเข้าไปตั้งโรงงานในเขตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นกว่าในอดีต เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ฮุนไดของเกาหลีใต้ในเขตอุตสาหกรรมเกาะกง

สำหรับสิทธิประโยชน์ในกัมพูชาเป็นดังนี้ ภาษีนิติบุคคลของบริษัทต่างชาติจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สูงสุด 9 ปี ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี นอกจากนี้ยังสามารถยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรอีก 3 ปี หลังจากกิจการเริ่มมีกำไร และยังได้รับสิทธิภาษีนำเข้าเป็นศูนย์จากการนำเข้าวัตถุดิบ วัสดุ และเครื่องจักร รวมทั้งสามารถเช่าที่ดินได้สูงถึง 50 ปี 

ส่วนสินค้าที่ผลิตใน SEZ เพื่อส่งออกจะได้รับยกเว้นภาษีส่งออก ยกเว้นสินค้ายางพารา ไม้แปรรูป และปลาจากทะเล ซึ่งอาจจะเพราะต้องการสงวนสินค้าเหล่านี้ไว้ตอบสนองความต้องการภายในประเทศ

ขณะที่ “สปป.ลาว” มีเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ 10 เขต และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 25 เขต ในปี 2563 SEZ ที่นักลงทุนสนใจไปตั้งโรงงานมากคือ “SAWAN Park” ในแขวงสะหวันนะเขต เพราะมีตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าเขต SEZ ที่ตั้งอยู่ริมถนน R9 เชื่อมเวียดนาม ลาว ไทย และเมียนมา (East West Economic Corridor : EWEC)ที่คึกคักรองลงมาอยู่แถวบริเวณเวียงจันทน์

การลงทุนใน สปป.ลาว แบ่งสิทธิประโยชน์เป็น 2 ส่วน คือ ในเขตส่งเสริมการลงทุน 3 พื้นที่ กับเขต SEZ สำหรับเขตส่งเสริมการลงทุนแบ่งสิทธิประโยชน์ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละพื้นที่ โดยเขตส่งเสริมการลงทุนที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากความเจริญ ขาดโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับการยกเว้นภาษีกำไรสูงสุด 10 ปี เขตส่งเสริมการลงทุนที่ 3 ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับยกเว้นภาษีเพียง 4 ปีเท่านั้น และเขตส่งเสริมการลงทุนที่ 2 ได้รับยกเว้น 8 ปี

ขณะที่เขต SEZ นักลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคลสูงสุด 7 ปี และหากนำกำไรที่เกิดขึ้นไปใช้เพื่อขยายกิจการต่อก็สามารถนำไปยกเว้นภาษีนิติบุคคลได้ อีกทั้งยังสามารถลดหย่อนภาษีเงิน
ได้นิติบุคคลอีกร้อยละ 50 ในอีก3 ปี รวมทั้งได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและวัสดุ

ส่วนวัตถุดิบจะได้รับยกเว้นกรณีประเทศลาวมีไม่เพียงพอ ส่วนการเช่าที่ดิน นักลงทุนสามารถเช่าที่ดินทั้งที่ดินเอกชนได้ 30 ปี และเช่าจากรัฐบาลได้ 50 ปี (สามารถต่อได้อีก 99 ปี)

ด้าน “เมียนมา” มีเขตอุตสาห กรรม 37 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา ห่างจากย่างกุ้ง 25 กม. เขตเศรษฐกิจพิเศษจ้าวผิว ในรัฐยะไข่ และเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โดยตอนนี้ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดคือเขตติละวา

เขตอุตสาหกรรมที่นักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติสนใจในขณะนี้ส่วนใหญ่อยู่บริเวณรอบย่างกุ้ง รองลงมาคือในเขตมัณฑะเลย์และใกล้ชายแดนไทยก็เริ่มมีนักลงทุนต่างชาติสนใจ

กฎหมายการลงทุนในเมียนมาแบ่งเป็น 2 ฉบับ คือ เขตอุตสาหกรรม และเขต SEZ ซึ่งให้สิทธิประโยชน์แตกต่างกัน การลงทุนในเขตอุตสาหกรรมจะได้รับยกเว้นภาษี 5 ปี ส่วนใน SEZ จะได้รับยกเว้น 7 ปี การเช่าที่ดินในเขตอุตสาหกรรมได้สูงสุด 60 ปี และในเขต SEZ ได้สูงสุด 75 ปี ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้จากการทำวิจัย ลดหย่อนภาษีนำเข้า 3 ปีสำหรับการนำเข้าวัตถุดิบ และ 5 ปี สำหรับการนำเข้าเครื่องจักร

ส่วน “เวียดนาม” จะยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียง 4 ปี และยังได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 อีก 9 ปี สิทธิประโยชน์ตรงนี้น่าจะเป็นสิทธิประโยชน์สูงสุดในประเทศอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย

เวียดนามถือเป็นประเทศที่ “เนื้อหอม” สำหรับการลงทุนมากสุดในบรรดาซีแอลเอ็มวี เพราะเวียดนามให้ความสำคัญกับเม็ดเงินต่างชาติมาก การลงทุนหลักๆ มาจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และสมาร์ทโฟน และอีกหลายอุตสาหกรรมรวมทั้งบริการ เช่น โรงแรม บริการโลจิสติกส์ และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

ปี 2557 เวียดนามมีเขตอุตสาหกรรม 207 เขต ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ร้อยละ 70 อยู่ในภาคใต้เมืองด่องไน (Dong Nai) และเมืองบินห์เดือง (Binh Duong) มีการยกเว้นภาษีนิติบุคคล 4 ปี และลดหย่อนได้อีกร้อยละ 50 ในอีก 9 ปี เช่าที่ดินได้สูงสุด 90 ปี และยกเว้นภาษีกำไรที่โอนกลับประเทศ การนำเข้าเครื่องจักรได้รับการยกเว้นในกรณีที่เวียดนามไม่สามารถผลิตได้ และยังยกเว้นภาษีนำเข้าวัสดุอีกด้วย

สำหรับสิทธิประโยชน์ของไทยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หากเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย 13 อุตสาหกรรม ก็จะยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคล 8 ปี และยังลดหย่อนอีกร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งสิทธิประโยชน์ตรงนี้ ไทยแพ้เวียดนามประเทศเดียวที่ให้มากที่สุด 14 ปี

นอกจากนี้ จะยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และวัสดุเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งซีแอลเอ็มวีไม่ได้กำหนดระยะเวลาในส่วนนี้ และไม่ได้ยกเว้นทุกประเภทของการนำเข้า โดยมีเพียงกัมพูชาเท่านั้นที่ยกเว้นภาษีนำเข้าทั้ง 3 ประเภท SEZ ไทยอนุญาตให้ใช้แรงงานต่าวด้าวได้ ส่วนสิทธิด้านอื่นๆ ได้แก่ ให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และน้ำประปา 2 เท่า เป็นเวลา 10 ปี และยังลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสำหรับกำไรเป็นเวลา 10 ปี

เมื่อเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์การลงทุนระหว่างประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีกับไทยแล้ว ในภาพรวมจะเห็นว่า ไทยให้สิทธิประโยชน์มากกว่า อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติคงต้องนำประเด็นอื่นมาพิจารณาด้วย เช่น ต้นทุนการทำธุรกิจและค่าจ้างรายวันซึ่งไทยสูงกว่าเพื่อนบ้าน การได้รับสิทธิทางภาษีจีเอสพี ที่ไทยถูกตัดไปแล้วในหลายตลาด ราคาที่ดิน และความพร้อมด้านแรงงาน เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล