posttoday
เซียนหุ้นรุ่นก่า-ใหม่ แนะถือเงินสดรอจังหวะหุ้นลงแรง

เซียนหุ้นรุ่นก่า-ใหม่ แนะถือเงินสดรอจังหวะหุ้นลงแรง

07 ตุลาคม 2558

งานสัมมนาการลงทุน “เซียนรุ่นใหญ่ ไขความลับลงทุน” และ “เซียนรุ่นใหม่ การลงทุนคือธุรกิจ” มีนักลงทุนที่เป็นทั้งเซียนเก่าและเซียนใหม่มาชี้แนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นในช่วงมืดมนอนธการนี้ว่ามีวิธีทำกำไรได้อย่างไร ส่วนใหญ่เน้นหุ้นกำไรเติบโต 10-15% ขึ้นไป และมีปันผล รวมถึงต้องลงทุนยาว

งานสัมมนาการลงทุน “เซียนรุ่นใหญ่ ไขความลับลงทุน” และ “เซียนรุ่นใหม่ การลงทุนคือธุรกิจ” มีนักลงทุนที่เป็นทั้งเซียนเก่าและเซียนใหม่มาชี้แนะกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นในช่วงมืดมนอนธการนี้ว่ามีวิธีทำกำไรได้อย่างไร ส่วนใหญ่เน้นหุ้นกำไรเติบโต 10-15% ขึ้นไป และมีปันผล รวมถึงต้องลงทุนยาว

นพ.ประมุข วงศ์ธนะเกียรติ นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยว่า การลงทุนในภาวะตลาดหุ้นปัจจุบันที่แกว่งตัวแคบมีความยากจึงต้องลงทุนในลักษณะปลอดภัยไว้ก่อน พอร์ตลงทุนขณะนี้ได้ถือเงินสดมากขึ้น ตั้งแต่กลางปีถึงปลายปี 2556 ที่ถือเงินสดเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 10% เป็นประมาณ 20% ของพอร์ต รวมถึงกองทุนตราสารหนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้เร็ว เพื่อเป็นการเตรียมโอกาสในช่วงที่เกิดวิกฤตเข้าซื้อหุ้นที่อยู่ในรายชื่อที่น่าจับตา

แม้ทิศทางตลาดหุ้นช่วงนี้หลายคนมองว่าเป็นตลาดหมี แต่ นพ.ประมุขมองว่าหุ้นหลายตัวมีผลประกอบการเติบโตที่ยังน่าสนใจ โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลที่จะเริ่มเห็นออกมาในช่วงปลายไตรมาส 4 ปี 2558 รวมถึงมาตรการกระตุ้นไปที่กลุ่มรากหญ้า

“ภาวะตอนนี้จะเน้นการลงทุนในหุ้นที่กำไรยังเติบโตได้ประมาณ 10-15% ต่อปี รวมถึงเป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผล”

ทั้งนี้ แนะนำให้รอโอกาสเข้าซื้อหุ้นที่สนใจเข้าพอร์ตเมื่อราคาลงหากเกิดวิกฤตกระทบให้ราคาลดลงมา อีกทั้งไม่ควรทุ่มลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป และควรลดการใช้เงินกู้เพื่อซื้อขายหุ้น (มาร์จิ้น) และต้องทำการบ้านเตรียมไว้ด้วย

นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี นักลงทุนหุ้นคุณค่า (VI) กล่าวว่า การลงทุนหากเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตจะพิจารณาว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ หากไม่กระทบแต่มีผลกระทบต่อราคาหุ้นให้ลดลงแรงในระดับ 10-20% ถือเป็นโอกาสจังหวะที่น่าสนใจเข้าซื้อหุ้น

เขามองว่าเศรษฐกิจของไทยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าจะไม่เห็นอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่สูงเช่นในอดีตที่เคยโตที่ประมาณ 5% ต่อปี รวมถึงการค้าเป็นไปตามภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ต้องรอผลนโยบายการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในของรัฐบาลที่จะดำเนินการในช่วงดังกล่าวในประเด็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมในประเทศที่จะเน้นไปที่การผลิตสินค้ามูลค่าสูงมากขึ้น หากไม่สำเร็จจีดีพีของไทยในช่วงหลัง 2-3 ปีดังกล่าวจะยังขยายตัวได้เพียง 2-3% ต่อปี

สำหรับการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวไม่สูง ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทำให้ขนาดของตลาดที่ทำธุรกิจไม่เติบโต ดังนั้นควรลงทุนหุ้นที่สามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เดิมที่มีเท่าเดิมจากคู่แข่งมาได้ ดังนั้นในช่วงที่ตลาดหุ้นเหวี่ยงลงมาแรงๆ ถือเป็นจังหวะเข้าทยอยซื้อหุ้นตัวที่สนใจโดยเลือกเป็นรายบริษัท

การลงทุนมองหุ้นที่มีผลประกอบการที่น่าจะพอไปได้ ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีมากนัก ขณะที่ส่วนตัวมองการลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าในอีก 3-5 ปีจากนี้น่าจะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องด้วยรัฐบาลจะต้องหันมากระตุ้นในส่วนของภาคการท่องเที่ยว หลังการส่งออกไม่ดี และธุรกิจสิ่งของจำเป็น ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการรักษาพยาบาล ถ้าราคาไม่ได้อยู่ในระดับที่แพง ก็ถือว่ามีความน่าสนใจ

นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนหุ้นคุณค่า (VI) กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นทุกตัวถือว่ามีความเสี่ยงหมด ดังนั้นการลงทุนส่วนตัวจะไม่คาดการณ์ถึงในอนาคตแต่จะดูผลประกอบในอดีตของหุ้นตัวนั้นๆ ในช่วง 3-4 ปีว่าสามารถเติบโตได้ดีและมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ต่อในอีก 3-4 ปีข้างหน้า แม้ในภาวะเศรษฐกิจต่อไปในอนาคตจีดีพีจะไม่เติบโตสูงเช่นในอดีตที่ระดับ 5-7% แต่บริษัทนี้มีความสามารถแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งมาได้เรื่อยๆ ถือเป็นหุ้นที่น่าสนใจ

อนุรักษ์ บุญแสวง หรือ โจ ลูกอีสาน นายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนระยะยาวตอนนี้ยังสามารถลงทุนได้ แต่ให้เน้นหุ้นรายตัวที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่า โดยเมื่อราคาหุ้นขึ้นไปเกินมูลค่าแนะนำให้ขายทำกำไรออกไป ขณะที่พอร์ตลงทุนตอนนี้ถือเงินสดอยู่ที่ 10-20% และอีก 80-90% ลงทุนในตลาดหุ้น

สำหรับในภาวะตลาดหุ้นแบบนี้ไม่ได้ง่าย แต่ก็ยังมีหนทางในการหาหุ้น ซึ่งมองหาหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าแล้วช้อนซื้อในช่วงราคาหุ้นลง และขายเมื่อราคาโดดขึ้น หรืออาจจะหาหุ้นที่มีราคาต่ำ และมีปันผล 5-6%  ซึ่งจะไม่มองภาพรวมตลาดว่าเป็นยังไง และไม่ได้มองเป็นกลุ่ม แต่มองหุ้นรายตัวที่มีผลประกอบการดี และให้ปันผลสูง

“เรามองว่าอีก 1-2 ปีตลาดจึงจะฟื้น เพราะต้องรอการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะออกมาช่วยเรียกความมั่นใจของผู้บริโภคให้ออกมาจับจ่ายใช้สอย ก็จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้ง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท