
พาณิชย์ปั้มยอดส่งออกเยอรมนี
“พาณิชย์” ควงเอกชนร่วมงาน ANUGA พบคู่ค้าของเยอรมนี เพิ่มส่งออกอาหารไทย
“พาณิชย์” ควงเอกชนร่วมงาน ANUGA พบคู่ค้าของเยอรมนี เพิ่มส่งออกอาหารไทย
นายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 8-12 ต.ค.นี้ จะนำคณะผู้แทนการค้าทั้งภาครัฐและเอกชนรวม 139 บริษัท เดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ (ANUGA 2015) ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่สุดในโลก ที่ประเทศเยอรมนี โดยใช้โอกาสนี้นัดพบปะกับหอการค้า สมาคมผู้นำเข้าสินค้าไทย ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเจรจาหาลู่ทางให้มีการนำเข้าสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจากไทยเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทรายใหญ่ที่จะร่วมเจรจา เช่น บริษัท Farmers Land Food GmbH เป็นผู้นำเข้าและกระจายสินค้าอาหารแช่แข็ง บริษัท Kreyenhop & Kluge GmbH & Co. KG ผู้นำเข้าสินค้าอาหารเอเชียรายใหญ่ และบริษัท Aramark ผู้นำธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส รายใหญ่ของโลก เป็นต้น
ขณะเดียวกัน จะใช้โอกาสในงานนี้ชี้แจงและทำความเข้าใจนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ รวมถึงแนวทางการ
แก้ไขปัญหาการประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ที่รัฐบาลให้ความสำคัญให้มีการแก้ไขตั้งแต่ต้นทางคือ การจับปลาไปจนถึงปลายทาง คือ การผลิตจนสินค้าออกสู่ตลาดโลก ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อสินค้าอาหารและประมงของไทย
“การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษาแนวโน้มการพัฒนาอาหารของโลก ตลอดจนสถานการณ์เศรษฐกิจของเยอรมนีและสหภาพยุโรป เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการจัดทำนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เข้มแข็งมากขึ้น รวมทั้งยังจะได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพของสินค้าอาหารไทย โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยด้านอาหารที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และยังเป็นการหาช่องทางในการส่งออกใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยด้วย” นายวินิจฉัย กล่าว
สำหรับการจัดงานแสดงสินค้า ANUGA ที่เยอรมนี จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยปี 2556 มีผู้เข้าร่วมงาน 6,777 ราย จาก 98 ประเทศ มีผู้เข้าชมงาน 1.55 แสนคน จาก 187 ประเทศ โดยในส่วนของไทยมีผู้เข้าร่วมงาน 139 ราย ใน Thailand Pavilion ของกระทรวงพาณิชย์ และมีผู้ประกอบการไทยที่สมัครเข้าร่วมงานโดยตรงกับผู้จัดอีก 27 ราย คาดว่าจะมีมูลค่าสั่งซื้อจากไทยรวมกว่า 480 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นการสั่งซื้อทันที 150 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าที่จะสั่งซื้อภายใน 1 ปี จำนวน 330 ล้านเหรียญสหรัฐ







