
ธปท.ชี้ไทยได้ประโยชน์จากเวียดนามร่วม TPP
ธปท. ชี้ เวียดนามเข้าร่วม TPP เป็นผลดีกับการค้าการลงทุนไทย แนะเข้าร่วมห่วงโซ่สินค้าคุณภาพ รับการแข่งขันเพิ่มขึ้น
ธปท. ชี้ เวียดนามเข้าร่วม TPP เป็นผลดีกับการค้าการลงทุนไทย แนะเข้าร่วมห่วงโซ่สินค้าคุณภาพ รับการแข่งขันเพิ่มขึ้น
นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการลงนามของกลุ่มประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership : TPP) ว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ แต่ละประเทศต้องดำเนินการภายใน เพื่อขออนุมัติจากสภาของแต่ละประเทศก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ ทำให้ยังคงต้องติดตามผลกระทบต่อการค้าโดยรวมและเศรษฐกิจโลกในระยะปานกลางและระยะยาวต่อไปอย่างใกล้ชิด
สำหรับประเด็นของประเทศเวียดนาม คาดว่าการเข้าร่วมในความตกลงดังกล่าวจะส่งผลให้ได้รับประโยชน์ในเรื่องการเพิ่มปริมาณการค้าการลงทุน เนื่องจากประเทศเวียดนามยังไม่มีข้อตกลงทางการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับกลุ่มประเทศ TPP มาก่อน ในขณะที่ประเทศไทยได้มีข้อตกลงเอฟทีเอกับกลุ่มประเทศ TPP อยู่แล้ว ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก
อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยได้รับการผ่อนผันไม่ระงับสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) จากสหรัฐโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 ถึงปี 2560 ทำให้ประเทศไทยยังสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในบางหมวดสินค้าได้ต่อไป
ทั้งนี้ ไทยจะต้องเร่งพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ รวมทั้งการหาประโยชน์ในการเป็นห่วงโซ่การผลิตกับประเทศสมาชิก TPP เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้นในระยะปานกลางต่อไป
สำหรับ 12 ประเทศ ที่เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ TPP ประกอบด้วย ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ สหรัฐ และเวียดนาม







