
กระแสนิยมกล้อง ไม่จำกัดแค่เฉพาะกลุ่ม
โดย...จิตรา อมรธรรม
โดย...จิตรา อมรธรรม
เราชื่นชอบบริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น (BIG) และแนะนำซื้อ โดยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2559 เท่ากับ 2.20 บาท (อิง พี/อี 20 เท่า) เพื่อสะท้อนผลประชุมบอร์ดที่มีมติลดพาร์ล้างขาดทุนสะสมและปรับโครงสร้างบริษัท ซึ่งจะทำให้ BIG สามารถใช้ Loss Carry Forward ที่ติดมากับบริษัท ซันวู้ด อินดัสทรีส์ ราว 190 ล้านบาทได้เต็มที่
เราคาดว่าจะรับรู้ประโยชน์ทางภาษีราว 38 ล้านบาทในปีหน้า (กระทบกำไรต่อหุ้น (EPS) 0.01 บาท/หุ้น) ทำให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ขึ้น 12% เป็น 367 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องอีก 36% ส่วนการล้างขาดทุนสะสมทำไปเพื่อเปิดทางจ่ายปันผล หลังกำไรสุทธิปีนี้มีแนวโน้มโตแรงกว่าเท่าตัว ซึ่งเราคาดไว้ที่ 270 ล้านบาท โดยผลประกอบการไตรมาส 3/2558 จะสร้างสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ 75-80 ล้านบาท เพราะมีส่วนเพิ่มจากการจัดงาน BIG CAMERA BIG PRO DAYS ราว 10 ล้านบาท
ส่วนไตรมาส 4/2558 จะยิ่งดีขึ้น เพราะเป็นไฮซีซั่น ราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) เพียง 17 เท่าในปีนี้ และจะลดลงเหลือ 13 เท่า ในปี 2559 ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรและอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) เฉลี่ย 3 ปีข้างหน้า (2558-2560) ที่สูงถึง 42% และ 39% ต่อปี
ปรับโครงสร้างบริษัทและลดพาร์เพื่อลดส่วนต่ำมูลค่าหุ้นและล้างขาดทุนสะสม
ในช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติ 2 เรื่องหลัก คือ
(1) ปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท ที่เดิมเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี ถือหุ้น 99.99% ในบริษัท บิ๊ก คาเมร่า (ขายกล้อง) และ 97.00% ในบริษัท บิ๊ก คาเมร่า (2001) (ขายมือถือ) เหลือเป็น BIG เพียงบริษัทเดียว เพื่อเป็นการโฟกัสธุรกิจกล้อง เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและใช้ประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนที่เกิดขึ้นเมื่อครั้นเป็นบริษัท ซันวู้ดอินดัสทรีส์ อย่างเต็มที่ ซึ่งมี Loss Carry Forward อยู่ประมาณ 190 ล้านบาท เราคาดว่า BIG จะใช้ทั้งหมดในปีหน้า ทำให้มีการปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2559 ขึ้นอีก 12% เป็น 367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากปี 2558 (บนสมมติฐานอัตราภาษี 20%) ส่วนของปี 2558 ยังคงเดิมที่ 270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% จากปี 2557
(2) จะลดพาร์จาก 0.25 บาท เหลือ 0.10 บาท เพื่อลดส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่มีอยู่ 431 ล้านบาท และขาดทุนสะสม 150 ล้านบาท เมื่ออิงตัวเลขการลดพาร์ที่ 529 ล้านบาท จะเหลือขาดทุนสะสมอยู่ราว 52 ล้านบาท คาดว่ากำไรครึ่งหลังปีนี้จะล้างได้ทั้งหมดและพลิกมาเป็นกำไรสะสม แต่จะจ่ายปันผลได้ทันที หรือไม่ขึ้นอยู่กับกระบวนการประชุมผู้ถือหุ้น (22 ต.ค. 2558) และการเจรจาขอเจ้าหนี้ หากจบเร็วก็น่าจะจ่ายได้ทันปีนี้ เราคาดไว้ที่ 0.03-0.04 บาท/หุ้น อิงอัตราการจ่ายปันผลราว 40-50%
ผลประกอบการไตรมาส 3/2558 มีแนวโน้มสร้างสถิติสูงสุดใหม่
จาก 3 แรงหนุน คือ (1) ปัจจัยทางด้านฤดูกาลที่จะเริ่มเข้าสู่ไฮซีซั่นของการขายกล้องในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งในภาวะปกติไตรมาส 2 ของทุกปีจะเป็นช่วงแย่สุดก่อนจะค่อยๆ ฟื้นในไตรมาส 3 และดีสุดในไตรมาส 4 (2) การจัดงาน BIG CAMERA BIG PRO DAYS ครั้งที่ 9 ประสบความสำเร็จสูงสุดตั้งแต่จัดมาด้วยยอดขาย 135 ล้านบาท ภายใน 6 วันทำการ หรือคิดเป็นราว 14% ของรายได้ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/2558 และไตรมาส 2/2558 (3) อัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัวจาก 27.99% ตามสัดส่วนการขายกล้อง Mirrorless และอุปกรณ์ ซึ่งมีอัตรากำไรดีกว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น
เริ่มเห็นประโยชน์จาก Economies of Scale
ด้วยกระแสความนิยมกล้อง Mirrorless ซึ่งเป็นกล้องที่มีขนาดเหมือน Compact แต่คุณสมบัติทั้งการใช้งานและคุณภาพของภาพถ่ายเทียบเคียง DSLR ระดับล่าง-กลาง อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นแต่งภาพและการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กได้เหมือนกล้องมือถือ จึงไม่ถูกแทนที่ด้วยสินค้าอื่น แต่กลายเป็นสินค้าที่ไปทดแทนตลาดกล้องเดิม ทำให้ตลาดกล้อง Mirrorless เติบโตแรง 30-40% ต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ในขณะที่กล้อง Compact ยังหดตัวต่อ เพราะถูกแทนที่ด้วยกล้องมือถือ ส่วนกล้องมือโปร DSLR ก็ยังลดลง 5-10% ต่อปี และเนื่องจากกล้อง Mirrorless เป็นที่นิยม จึงทำให้ผู้ซื้อไม่จบเพียงแค่ตัวกล้อง แต่ยังซื้ออุปกรณ์หรือใช้บริการอื่นเสริม เช่น เลนส์ กระเป๋า ขาตั้ง หรือบริการล้างอัดรูปภาพ ซึ่งอุปกรณ์และบริการเหล่านี้มีอัตรากำไรสูงสุดในโครงสร้างรายได้ และเป็นการใช้ประโยชน์จากสาขาที่มีอยู่ 210 สาขาได้เต็มประสิทธิภาพ แม้ปัจจุบันจะมีสัดส่วนเพียง 5% ของรายได้รวม แต่คาดว่าการรุกตลาดล้างอัดภาพจากสมาร์ทโฟน จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้นี้ให้สูงขึ้นในอนาคต







