posttoday
จีน-ญี่ปุ่นชิงเค้กราง เปิดศึกความเร็วสูงทั่วภูมิภาค

จีน-ญี่ปุ่นชิงเค้กราง เปิดศึกความเร็วสูงทั่วภูมิภาค

06 ตุลาคม 2558

หลังจากอินโดนีเซียปล่อยให้จีนและญี่ปุ่นต้องใจแป้วกับการประกาศชะลอการตัดสินใจก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางจาการ์ตา-บันดุง ระยะทาง 150 กิโลเมตร

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หลังจากอินโดนีเซียปล่อยให้จีนและญี่ปุ่นต้องใจแป้วกับการประกาศชะลอการตัดสินใจก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นทางจาการ์ตา-บันดุง ระยะทาง 150 กิโลเมตร สุดท้ายญี่ปุ่นกลายเป็นฝ่ายปราชัย ต้องรับประทาน “สมหวัง” ไปเพียงฝ่ายเดียว เมื่ออินโดนีเซียเปลี่ยนท่าที ประกาศว่าแผนของญี่ปุ่นเป็นไปไม่ได้ เพราะมีราคาสูงเกินไป พร้อมเปิดทางให้จีนเข้าสู่รอบต่อไป

ศึกก่อสร้างเส้นทางรถไฟในอาเซียนระหว่างจีนและญี่ปุ่นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นที่อินโดนีเซียเป็นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ และยังมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงในอนาคต เพราะภูมิภาคนี้ยังต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางอีกนับร้อยนับพันกิโลเมตร

ย้อนรอยเส้นทางจาการ์ตา-บันดุง ถือเป็นศึกหนึ่งที่ดุเดือดเข้มข้น เพราะญี่ปุ่นงัดทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า พร้อมประวัติศาสตร์รถไฟขึ้นชื่ออย่างชินคันเซ็น มาเป็นกุญแจสำคัญในสนามรบ

ขณะที่จีนก็ไม่น้อยหน้า แชนแนล นิวส์ เอเชีย รายงานว่า จีนอ้างถึงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา สร้างไปแล้ว 1.7 หมื่นกิโลเมตร คิดเป็น 55% ของการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงทั่วโลก

แม้ท้ายที่สุดจีนจะชนะญี่ปุ่นด้วยการเสนอราคา 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าญี่ปุ่นราว 700 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เส้นทางรถไฟในอินโดนีเซียก็ยังเหลือให้ทั้งสองประเทศปะทะกันต่อ เนื่องจากแผนทั้งหมดของอินโดนีเซีย คือการก่อสร้างจากจาการ์ตาไปถึงสุราบายา ระยะทาง 750 กิโลเมตร

สำหรับสถานการณ์ชิงเค้กระหว่างจีนและญี่ปุ่นในไทยดูจะไม่ดุเดือดเท่าในอินโดนีเซีย เพราะทั้งสองประเทศต่างได้เค้กรถไฟไปคนละก้อน โดยจีนได้รถไฟความเร็วปานกลางเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 873 กิโลเมตร ขณะที่ญี่ปุ่นได้รถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 672 กิโลเมตร

อย่างไรก็ดี อัตราดอกเบี้ยดูจะเป็นปัญหาสำคัญให้สิทธิการชิงเค้กของจีนเป็นปัญหาในหลายประเทศ ในอินโดนีเซียก็คิดดอกเบี้ยสูงกว่าญี่ปุ่น ในไทยก็คิดดอกเบี้ยอัตรา 4% ทำให้แผนเริ่มก่อสร้างในเดือน ต.ค.นี้ต้องชะลอออกไปก่อน เพื่อคุยเรื่องดอกเบี้ยให้เคลียร์กันอีกครั้ง

ปัญหาดังกล่าวยังสั่นคลอนบัลลังก์ของจีนในลาว แม้จีนจะเซ็นสัญญาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกับรัฐบาลลาว เส้นทางชายแดนจีน-หลวงน้ำทา-เวียงจันทน์ ระยะทาง 420 กิโลเมตรไปเรียบร้อยแล้ว แต่ล่าสุด เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐของลาวต่างเรียกร้องให้ผู้นำประเทศเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ยโครงการดังกล่าว จากเดิมที่คิดอยู่ที่ 3% ให้เหลือต่ำกว่านั้น เนื่องจากลาวได้รับเงินกู้โครงการอื่นจากจีนในอัตราต่ำกว่านี้

ในอนาคตยังมีอีกหลายโครงการให้ทั้งสองประเทศเข้าไปชิงเค้ก เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่เพิ่งประกาศเลื่อนแผนการก่อสร้างออกไปเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

นิวส์ สเตรทส์ ไทมส์ ของมาเลเซีย รายงานคำกล่าวของประธานเจ้าหน้าที่พัฒนา คณะกรรมการขนส่งทางบกมาเลเซีย ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงสิงคโปร์-มาเลเซีย ควรจะเซ็นสัญญาได้ในปี 2560 และก่อสร้างเสร็จภายในปี 5 ปี หรือเสร็จสิ้นราวปี 2565 ซึ่งเสร็จสิ้นช้าจากแผนเดิมของนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ต้องการให้เสร็จสิ้นในปี 2563 และกลายเป็นช่องว่างของการยื่นประมูลลงทุนจากหลายประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นที่เคยพับแผนไปนาน แต่กำลังมีโอกาสกลับมาก่อสร้างใหม่ เช่น โครงการเชื่อมเส้นทางเหนือ-ใต้ในเวียดนามด้วยรถไฟความเร็วปานกลาง ใช้รางขนาด 1.435 เมตร จากโฮจิมินห์ซิตี้สู่ฮานอย ระยะทางมากกว่า 1,600 กิโลเมตร หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่มีการเลื่อนอีก จะมีการก่อสร้างโครงการดังกล่าวในปี 2563 และสร้างเสร็จภายใน 5 ปี

อีกโครงการหนึ่งอาจเป็นโจทย์หินสำหรับทั้งจีนและญี่ปุ่น เนื่องจากลาวและเวียดนามวางแผนจะสร้างรถไฟเชื่อมกันจากเวียงจันทน์ถึงหวุงเต่า แต่ตอนนี้เวียดนามให้เกาหลีใต้เป็นผู้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการไปแล้ว

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียนยังมีเส้นทางอีกยาวไกล จีนและญี่ปุ่นซึ่งต้องการทั้งเค้กก้อนใหม่ให้แก่ตัวเอง ต้องการทั้งบทบาทสำคัญในภูมิภาคนี้ ย่อมไม่มีใครยอมใคร ถึงเวลาที่เหล่าชาติสมาชิกอาเซียนจะต้องพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกใครเป็นผู้รับผิดชอบโครงการใด เพื่อให้ประเทศและภูมิภาคได้โครงสร้างพื้นฐานราคาเหมาะสม เป็นรถไฟที่ยอดเยี่ยม ไม่ใช่แค่รถไฟที่ดี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ