posttoday
Sharing Economy ของเธอ ของฉัน ของเราทุกคน

Sharing Economy ของเธอ ของฉัน ของเราทุกคน

05 ตุลาคม 2558

หากต้องการเจาะรูบนผนังบ้าน ให้ลองตั้งโจทย์กับตัวเองว่า “ฉันต้องการสว่านเพื่อเจาะรู” หรือ “ฉันต้องการรูบนผนังบ้าน”? หากคำตอบคือฉันต้องการสว่าน ฉันก็จะต้องไปซื้อสว่านเพื่อเจาะรูหนึ่งรู หรือจริงๆ แล้วฉันต้องการแค่ผลลัพธ์คือรูบนผนังบ้าน ดังนั้น ฉันจึงสามารถ “ยืม” สว่านจากคนที่มีได้ และนี่คือแนวคิดของ Sharing Economy ที่เรากำลังแบ่งปันกับคนอื่นที่อาจเป็นคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ

หากต้องการเจาะรูบนผนังบ้าน ให้ลองตั้งโจทย์กับตัวเองว่า “ฉันต้องการสว่านเพื่อเจาะรู” หรือ “ฉันต้องการรูบนผนังบ้าน”? หากคำตอบคือฉันต้องการสว่าน ฉันก็จะต้องไปซื้อสว่านเพื่อเจาะรูหนึ่งรู หรือจริงๆ แล้วฉันต้องการแค่ผลลัพธ์คือรูบนผนังบ้าน ดังนั้น ฉันจึงสามารถ “ยืม” สว่านจากคนที่มีได้ และนี่คือแนวคิดของ Sharing Economy ที่เรากำลังแบ่งปันกับคนอื่นที่อาจเป็นคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ

เพื่อให้พอนึกภาพออกว่ากระแส Sharing Economy นี้มาแรงขนาดไหน ขอให้ดูที่จำนวนผู้ที่ใช้ Airbnb หรือธุรกิจแชร์ที่พัก (Airbnb.com) โดยพบว่ามีผู้เข้าพักตามที่ต่างๆ เฉลี่ยคืนละ 4.25 แสนคน รวมแล้ว 155 ล้านคน/ปี ซึ่งสูงกว่า Hilton Worldwide ถึง 22% ที่มีแขกเข้าพัก 127 ล้านคน (PwC, 2014) แม้กระทั่ง GM บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ในอเมริกาได้เข้าลงทุน 13 ล้านเหรียญสหรัฐใน RelayRides ในปี 2011 (เว็บไซต์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการให้บริการ Car-Sharing Services ระหว่างคนในชุมชนที่มีความจำเป็นต้องใช้รถกับคนที่มีรถแต่ไม่ได้ใช้งาน)

Sharing Economy คืออะไร Sharing Economy (เศรษฐกิจแบ่งปัน) หรือบางตำราเรียกว่า Collaborative Consumption อธิบายง่ายๆ คือ โมเดลธุรกิจชนิดหนึ่งที่มีการแบ่งปันทรัพยากรต่อกัน ซึ่งมักเห็นกับของที่มีราคาสูงและไม่ได้ใช้ประโยชน์ตลอดเวลา ยกตัวอย่าง เจ้าของคอนโดมิเนียมตากอากาศที่หัวหินราคา 3 ล้านบาท ซื้อไว้เพื่อไปพักผ่อนปีละ 2 ครั้งครั้งละ 2 วัน สรุปแล้วคือไปใช้ทรัพยากรนี้เพียง 4 วันจาก 365 วัน (ไม่นับว่าบางครั้งอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปพักโรงแรม) เจ้าของคอนโดมิเนียมนี้จึงคิดได้ว่า ถ้าซื้อมาใช้เพียงปีละ 4 วัน จะซื้อมาทำไม และอีก 361 วันล่ะและเขาก็คิดได้ว่าเขาสามารถแบ่งปันให้กับผู้ที่เห็นประโยชน์จากทรัพยากรนี้ได้ แถมยังได้รับค่าตอบแทนจากการแบ่งปันนี้อีกด้วย

ทำไม Sharing Economy จึงได้รับความนิยม จาก
แนวความคิดของการแบ่งปันทรัพยากรประกอบกับความแพร่หลายในการใช้อินเทอร์เน็ตซึ่งเหมือนเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญของเจ้าของทรัพยากรกับผู้ที่ต้องการใช้ทรัพยากรนั้นๆ หรือที่เรียกว่าระบบ Peer-to-Peer จึงเป็นส่วนผสมที่ทำให้กระแสนี้ได้รับความนิยม ประกอบกับคนในยุคสมัยนี้คุ้นชินกับการซื้อของออนไลน์ การหาข้อมูลบนพื้นฐานของ Rating และReview บวกกับสมาร์ทโฟน ก็ยิ่งเอื้อต่อโมเดลธุรกิจนี้ ยกตัวอย่าง Uber ที่แค่เพียงดูหน้าจอสมาร์ทโฟนก็เห็นรถคันที่พร้อมให้เราใช้ในจุดที่ใกล้ที่สุด

กลับมานึกถึงเจ้าของคอนโดมิเนียมอีกครั้ง ด้วยอำนาจของอินเทอร์เน็ตทำให้เขาสามารถพบกับผู้เช่าระยะยาวที่ต้องการมาทำงานที่หัวหินและมองหาที่พัก และจ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในสมาร์ทโฟนได้ทันที ผลที่ได้คือเจ้าของคอนโดมิเนียมได้รับประโยชน์เป็นตัวเงินและผู้เช่าระยะยาว เป็นสถานการณ์ที่ Win-Win ทั้งคู่ และนี่คือตัวอย่างธุรกิจที่เกิดจากแนวคิด Sharing Economy การแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนของใช้ที่ประสบความสำเร็จ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ